ระเบียบการแข่งขันกีฬาลีลาศ
กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 (พ.ศ. 2543)

ณ กรุงเทพมหานคร
1. สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
นายกสมาคม นายจรัญ เจียรวนนท์
เลขาธิการ นางวิจิตรวงศ์ ชนะรัตน์
สถานที่ติดต่อ 38 ซอยจันทร์ 24 ถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาธร กรุงเทพฯ 10120
โทร 02 - 675 - 9776-8
โทรสาร 02 - 675 - 9779
2. คณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน
ประธานฝ่ายกีฬาลีลาศของจังหวัดเจ้าภาพ ประธานกรรมการ
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย รองประธานกรรมการ
ผู้จัดการทีม หรือผู้แทนของแต่ละจังหวัดที่ส่งเข้าแข่งขัน 1 คน กรรมการ
บุคคลที่จังหวัดเจ้าภาพแห่งชาติแต่งตั้ง กรรมการ
บุคคลที่จังหวัดเจ้าภาพกีฬาแต่งตั้ง กรรมการและเลขานุการ
3. คณะกรรมการพิจารณาประท้วงเทคนิค
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการ
ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย กรรมการ
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย กรรมการ
หัวหน้าผู้ชี้ขาด กรรมการ
เลขานุการจัดการแข่งขันจังหวัดเจ้าภาพแต่งตั้ง กรรมการและเลขานุการ
4. ข้อบังคับและกติกาการแข่งขัน

4.1

ให้ใช้ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
4.2

ให้ใช้กติกาการแข่งขันของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF ( International DanceSport Federation ) และระเบียบการแข่งขันของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม
5. คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
ให้เป็นไปตามข้อ19 หมวด 5 ของข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
6. ประเภทการแข่งขัน

6.1

ประเภท สแตนดาร์ด ( คู่ ชาย - หญิง )
6.2
ประเภท ลาติน อเมริกัน ( คู่ ชาย - หญิง )
7. ระดับการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

7.1

ประเภทสแตนดาร์ด แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
 

7.1.1

คลาส C

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 3 จังหวะ วอลซ์ แทงโก้ และ ควิ๊กสเต็ป
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " พื้นฐานชั้นสูง " ( Advance Basic )

7.1.2

คลาส B

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 4 จังหวะ วอลซ์ แทงโก้ เวนิสวอลซ์ และ ควิ๊กสเต็ป
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " ระดับสากล " ( Advance Variation )

7.1.3

คลาส A

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 5 จังหวะ วอลซ์ แทงโก้ เวนิสวอลซ์ ฟ๊อกทร็อต และ ควิ๊กสเต็ป
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " ระดับสากล " ( Advance Variation )
7.2 ประเภทลาติน อเมริกัน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
 

7.2.1

คลาส C

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 3 จังหวะ ช่า ช่า ช่า รุมบ้า และ ไจ๊วฟ์
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " พื้นฐานชั้นสูง " ( Advance Basic )

7.2.2

คลาส B

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 4 จังหวะ แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า และ ไจ๊วฟ์
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " ระดับสากล " ( Advance Variation )

7.2.3

คลาส A

จังหวะที่ใช้ในการแข่งขันมี 5 จังหวะ แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า พาโซโดเบิ้ล และ ไจ๊วฟ์
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " ระดับสากล " ( Advance Variation )
นักกีฬาที่มีชื่อในบัญชีผู้แทนทีมชาติไทยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ชิงชนะเลิศนานาชาติ หรือของโลก ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในคลาส C และ คลาส B
8. จำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

จังหวัดจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้ง 2 ประเภท

8.1
ประเภทสแตนดาร์ด มี 3 คลาส ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ไม่เกิน 6 คู่ ( 12 คน ) แต่ละคลาสไม่เกิน 2 คู่

8.2

ประเภทลาติน อเมริกัน มี 3 คลาส ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ไม่เกิน 6 คู่ ( 12 คน ) แต่ละคลาสไม่เกิน 2 คู่
8.3 แต่ละจังหวัดจะมีผู้ฝึกสอน 2 คน ชาย 1 คน, หญิง 1 คน และผู้จัดการทีม 1 คน
9. วิธีการจัดการแข่งขัน

9.1

ในการแข่งขันกีฬาลีลาศ " กีฬาแห่งชาติ " จะประกอบด้วย รอบแรก ( First Round ) รอบสอง ( Quarter Final ) รอบรองชนะเลิศ ( Semi Final ) และรอบชิงชนะเลิศ ( Final )

( จำนวนรอบที่จัด ขึ้นอยู่กับจำนวนคู่ที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน )

9.2


หากมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาสเกินกว่า 20 คู่ขึ้นไป ระบบรีด๊านซ์ ( Redance System ) จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่รอบแรก รอบควอลิไฟน์ ทั้งสองรอบจะมีโอกาสได้แข่งขันร่วมกันอีกเป็นครั้งที่สอง ประธานเทคนิค จะเป็นผู้ตัดสินใจ ที่จะคัดจำนวนคู่ของทั้งสองรอบ เพื่อเข้าแข่งขันในรอบถัดไป
9.3
อย่างน้อย 50 % ของคู่เข้าแข่งขัน จะถูกคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในรอบถัดไป ยกเว้นรอบชิงชนะเลิศ ( Final )
9.4
รอบรองชนะเลิศ ( Semi Final ) จะถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ( 2 Heats )
9.5

จะมีนักกีฬาที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ได้ไม่เกิน 6 คู่ หากมีเกินเนื่องจากคะแนนเท่ากัน ให้ประธานเทคนิคเป็นผู้ตัดสินใจ จำนวนคู่ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
9.6




ในรอบชิงชนะเลิศ ( Final ) ( เฉพาะ Class A 5 จังหวะ ) จะใช้ระบบการแข่งขันรูปแบบใหม่ปี 2000 ของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF คู่ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาในรอบชิงชนะเลิศ จะเพิ่มการเต้นแบบแสดงเดี่ยว ( Solo Dance ) 2 จังหวะ ในประเภทสแตนดาร์ด และ 2 จังหวะในประเภท ลาติน-อเมริกัน จังหวะที่หนึ่งเป็นจังหวะเริ่มแรก และจังหวะที่สองเป็นจังหวะสุดท้าย หลังจากนั้น คู่แข่งขันทั้งหมดจะแข่งขันร่วมกันซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลาการแสดงเดี่ยว 1 นาที และแข่งขันร่วมกันอีก 1 นาที

9.7 ถ้ามีจังหวัดสมัครเข้าร่วมแข่งขันคลาสใดน้อยกว่า 3 จังหวัด จะไม่มีการจัดการแข่งขัน
9.8 ผลการตัดสินใช้ระบบ สเก็ตติ้ง ซีสเต็ม ( Skating System ) ในการคิดคะแนน
9.9 เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน และความเร็วของดนตรี
 



ในทุกรอบของการแข่งขัน ดนตรีที่ใช้ควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 1.30 นาที ในจังหวะ วอลซ์ แทงโก้ ฟ๊อกทร็อต ควิ๊กสเต็ป แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า และพาโซโดเบิ้ล
ส่วนในจังหวะเวียนนีส วอลซ์ และไจ๊ว์ฟ ควรมีความยาวของดนตรีไม่น้อยกว่า 1 นาที
 
  ความเร็วของดนตรีในแต่ละจังหวะโดยประมาณ มีดังนี้
 
ประเภท สแตนดาร์ด  
  วอลซ์ 30  บาร์ต่อนาที

แทงโก้ 33  บาร์ต่อนาที
  เวนีสวอลซ์ 60  บาร์ต่อนาที
  ฟ๊อกทร็อต 30  บาร์ต่อนาที
  ควิ๊กสเต็ป 50  บาร์ต่อนาที
ประเภท ลาติน อเมริกัน    
  แซมบ้า 50  บาร์ต่อนาที
  ช่า ช่า ช่า 30  บาร์ต่อนาที
  รุมบ้า 27  บาร์ต่อนาที
  พาโซโดเบิ้ล 62  บาร์ต่อนาที
  ไจ๊ว์ฟ 44  บาร์ต่อนาที
 
10. ข้อปฏิบัติในการแข่งขัน

10.1

ผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอนต้องเข้าร่วมประชุมทางเทคนิคตามวัน เวลา และสถานที่ที่ได้นัดหมาย ( โดยปกติจะประชุมก่อนวันแข่งขัน 1 วัน ) และมีหน้าที่ต้องควบคุมนักกีฬาของตน ให้ปฏิบัติตามกติกาของการแข่งขันอย่างเคร่งครัด
10.2

นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาส จะต้องเป็นคู่เดิมตลอดเวลา และห้ามผละจากการแข่งขัน ขณะที่กำลังดำเนินอยู่ โดยไม่มีเหตุอันควร

10.3

นักกีฬาต้องเตรียมพร้อม ณ บริเวณสนามแข่งขันอย่างน้อย 20 นาที เพื่อตรวจการแต่งกาย และหมายเลขประจำตัวของผู้เข้าแข่งขัน
10.4

ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ประจำทีม ห้ามเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน เพื่อชี้แนะนักกีฬาของตนเอง ระหว่างที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่
10.5 ผลการตัดสินของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ถือเป็นที่สุด จะอุทธรณ์หรือประท้วงมิได้
11. การแต่งกายของนักกีฬา
การแต่งกายให้เป็นไปตามกฏของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF ร่วมกับระเบียบสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทยกำหนด

11.1

ประเภทสแตนดาร์ด
 

คลาส A

ชาย ใช้ชุดสูทหางยาว ต้องเป็นสีดำหรือสีกรมท่าเท่านั้น

 

หญิง ใช้ชุดสำหรับการแข่งขันแบบสากล
คลาส B และ C

ชาย

ใช้ชุดสูทหรือเสื้อกั๊ก แต่ต้องเป็นสีดำหรือสีกรมท่า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ผูกโบว์ไทล์สีขาวหรือดำ หรือ ใช้ชุดสูทหางยาวก็ได้ แต่ไม่บังคับใช้
  หญิง ใช้ชุดสำหรับการแข่งขันแบบสากล
11.2 ประเภทลาติน อเมริกัน
 

ชาย


ชุดแข่งขันต้องเป็นสีดำหรือสีกรมท่าเท่านั้น ชุดแข่งขันประเภทลาตินอเมริกัน อนุญาตให้ตกแต่งได้ แต่ต้องเป็นสีเดียวกับผ้าที่ใช้ตัดชุดแข่งขันเท่านั้น ใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวได้ แต่ต้องสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำหรือสีกรมท่า

หญิง

ใช้ชุดสำหรับแข่งขันแบบสากล

 



ชุดแข่งขันของนักกีฬาลีลาศหญิง ส่วนของสะโพกต้องปกปิดไว้ให้มิดชิด และช่วงโคนขาต้องไม่เว้าลึกเกินความจำเป็น


ประธานกรรมการเทคนิค มีสิทธิขอให้ถอดเครื่องประดับ เช่น แหวน กำไลข้อมือ หรืออื่นๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับคู่ของตัวเอง และผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้



นักกีฬาต้องติดหมายเลขประจำตัวนักกีฬาทางด้านหลังของฝ่ายชายตามกำหนด จะมีเครื่องหมายการค้า คำโฆษณาหรือสัญลักษณ์ อันเป็นการโฆษณาที่มิใช่ ชื่อจังหวัด เขต เป็นที่ประจักษ์เกินกว่า 2 X 3 นิ้ว ไม่ได้



การแต่งกายต้องได้ผ่านการพิจารณาตรวจจากคณะกรรมการเทคนิค ก่อนการแข่งขัน หากไม่ถูกต้องตามแบบต้องแก้ไข และหากไม่ปฏิบัติตาม จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน
12. มารยาทของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่
นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมผู้ใด ประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อหน้าที่ และขาดมารยาทอันดีงาม หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ กติกาของการแข่งขัน อาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน หรือถูกพิจารณาโทษตามควรแก่กรณี
13. การประท้วง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ข้อ 31(1) ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
14. คณะกรรมการผู้ตัดสิน และผู้ชี้ขาด

14.1

คณะกรรมการผู้ตัดสิน ประกอบด้วย

ประธาน 1 คน ผู้ตัดสินประเภทสแตนดาร์ด 7 คน ประเภทลาติน อเมริกัน 7 คน กรรมการคิดคะแนน 2 คน ( รวมทั้งสิ้น 17 คน )

14.2

คณะกรรมการผู้ตัดสิน จะต้องได้รับการรับรอง หรือได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการเทคนิค ของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
15. รางวัลการแข่งขัน
ให้เป็นไปตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21หมวด 8 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

 

รางวัลที่ 1

เหรียญชุบทอง และ ประกาศนียบัตร

รางวัลที่ 2

เหรียญชุบเงิน และ ประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 3 เหรียญชุบทองแดง และ ประกาศนียบัตร


ที่มา:  สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย