ระเบียบการแข่งขันกีฬาลีลาศ
ใน
การคัดเลือกนักกีฬาลีลาศเป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
1.กติกาการแข่งขัน
1.1

ให้ใช้ระเบียบการแข่งขันของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย และกติกาการแข่งขันของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ  ( International Dancesport Federation "IDSF" )
1.2

ในกรณีที่เกิดปัญหาที่มิได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือกติกาการแข่งขัน คณะกรรมการเทคนิคของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้วินิจฉัย ผลการวินิจฉัยถือเป็นที่สิ้นสุด
2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าแข่งขัน
2.1
นักกีฬาต้องเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
2.2
นักกีฬาต้องมีสัญชาติไทย ทั้งหญิงและชาย
2.3
นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันใน  คลาส B และ  คลาส A   ต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดให้มีการแข่งขัน
2.4

นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันใน  คลาส C   ต้องมีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ ฝ่ายหญิงมีอายุน้อยกว่าได้ แต่ไม่ต่ำกว่า 8 ปี นับถึงวันเปิดให้มีการแข่งขัน
2.5

นักกีฬาที่มีชื่อในบัญชีผู้แทนทีมชาติไทย ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ชิงชนะเลิศนานาชาติ หรือของโลก ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันใน คลาสC และ คลาส B
3. ประเภทการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ( สแตนดาร์ดและลาตินอเมริกัน)
3.1
ประเภทสแตนดาร์ดมี 3 ระดับ ดังนี้:
 
คลาส C (3 จังหวะ) วอลซ์ แทงโก้ และควิ๊กสเต็ป ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Open Basic
คลาส B (4 จังหวะ) วอลซ์ แทงโก้ ควิ๊กสเต็ป และฟ๊อกทรอท ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Advance Variation
คลาส A (5 จังหวะ)

วอลซ์ แทงโก้ ควิ๊กสเต็ป เวนิสวอลซ์ และฟ๊อกทรอท ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Advance Variation
3.2
ประเภทลาตินอเมริกัน
 
คลาส C (3 จังหวะ) ช่า ช่า ช่า รุมบ้า ไจ้ฟ ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Open Basic
คลาส B (4 จังหวะ) แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า ไจ้ฟ ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Advance Variation
คลาส A (5 จังหวะ)
แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า พาโซ และไจ้ฟ ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน Advance Variation
หมายเหตุ   หลักสูตรที่ใช้ในการแข่งขันของทั้งสองประเภท ใช้หลักสูตรของ ISTD ร่วมกับหลักสูตรของ IDTA
4. วิธีการจัดการแข่งขัน
4.1

การแข่งขันจะประกอบด้วย รอบแรก(first Round) รอบสอง(Quarter Final) รอบรองชนะเลิศ(Semi Final) และรอบชิงชนะเลิศ (Final)

จำนวนรอบที่จัด ขึ้นอยู่กับจำนวนคู่ที่สมัครเข้าร่วมแข่งขัน
4.2


หากมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาส เกินกว่า 20 คู่ขึ้นไป ระบบรีด๊านซ์ (Redance System) จะถูกนำมาใช้รอบควอลิไฟน์ (Qualifying Round) ทั้งสองรอบจะมีโอกาสได้แข่งขันร่วมกันอีกเป็นครั้งที่สอง ประธานเทคนิคจะเป็นผู้ตัดสินใจ ที่จะคัดจำนวนคู่ของทั้งสองรอบ เพื่อเข้าแข่งขันในรอบถัดไป
4.3
อย่างน้อย 30% ของคู่เข้าแข่งขัน จะถูกคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในรอบถัดไป ยกเว้นรอบชิงชนะเลิศ (Final)
4.4
รอบรองชนะเลิศ(Semi Final) จะถูกจัดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
4.5

จะมีนักกีฬาที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศได้ ไม่เกิน 6 คู่ หากมีเกินเนื่องจากคะแนนเท่ากัน ให้ประธานเทคนิคเป็นผู้ตัดสินใจ จำนวนคู่ที่จะเข้าร่วมในการแข่งขัน
4.6



ในรอบชิงชนะเลิศ (Final) เฉพาะ คลาส A 5 จังหวะ จะใช้ระบบการแข่งขันรูปแบบใหม่ปี 2000 ของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF คู่ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาในรอบชิงชนะเลิศ จะเพิ่มการเต้นแบบแสดงเดี่ยว (Solo Dance) 2 จังหวะ จังหวะที่หนึ่งเป็นจังหวะที่เริ่มแรก และจังหวะที่สองเป็นจังหวะสุดท้าย หลังจากนั้น คู่แข่งขันทั้งหมดจะแข่งขันร่วมกันซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลาในการแสดงเดี่ยว 1 นาที และแข่งขันร่วมกันอีก 1 นาที
4.7
ถ้ามีนักกีฬาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันน้อยกว่า 3 คู่ จะไม่มีการจัดการแข่งขัน
4.8
ผลการตัดสินใช้ระบบ สเก็ตติ้ง ซิสเต็ม (Sketing System) ในการคิดคะแนน
5. เวลาที่ใช้ในการแข่งขันและความเร็วของดนตรี
5.1

ในทุกรอบของการแข่งขัน ดนตรีที่ใช้ควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 1.30 นาที ในจังหวะวอลซ์ แทงโก้ ฟ๊อกทร็อต ควิ๊กสเต็ป แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า และพาโซโดเบล้
5.2

ในจังหวะเวนิสวอลซ์ และไจ้ฟ ควรมีความยาวของดนตรี ไม่น้อยกว่า 1 นาที
ความเร็วของดนตรีในแต่ละจังหวะ โดยประมาณ มีดังนี้ :
 
ประเภทสแตนดาร์ด
 
วอลซ์ 30  บาร์ต่อนาที
แทงโก้ 33  บาร์ต่อนาที
เวนิสวอลซ์
60  บาร์ต่อนาที
ฟ๊อกทร็อต 30  บาร์ต่อนาที
ควิ๊กสเต็ป 50  บาร์ต่อนาที
 
ประเภทลาตินอเมริกัน

 

 
แซมบ้า 50  บาร์ต่อนาที
ช่า ช่า ช่า 30  บาร์ต่อนาที
รุมบ้า
27  บาร์ต่อนาที
พาโซโดเบล้ 62  บาร์ต่อนาที
ไจ้ฟ 44  บาร์ต่อนาที
6. ข้อปฏิบัติในการแข่งขัน
6.1

นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาส จะต้องเป็นคู่เดิมตลอดเวลา และห้ามผละจากการแข่งขัน ขณะที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่โดยไม่มีเหตุอันควร
6.2
ผลการตัดสินของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ถือเป็นที่สิ้นสุด จะอุทรณ์หรือประท้วงมิได
7. การแต่งกายของนักกีฬา
7.1
ประเภท สแตนดาร์ด
 
คลาส A ชาย
ใช้ชุดสูทหางยาว ต้องเป็นสีดำและสีกรมท่าเท่านั้น
  หญิง
ใช้ชุดสำหรับแข่งขันสากล
คลาส Bและ C


ชาย





ใช้ชุดสูทหรือเสื้อกั๊ก แต่ต้องเป็นสีดำหรือสีกรมท่า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ผูกโบว์ไทด์สีขาวหรือสีดำ ใช้ชุดสูทหางยาวก็ได้ แต่ไม่บังคับใช้
  หญิง
ใช้ชุดสำหรับแข่งขันแบบสากล
7.2
ประเภท ลาตินอเมริกัน
 
  ชาย





ชุดแข่งขัน กางเกงต้องเป็นสีดำหรือสีกรมท่า และสวมเสื้อเชิ้ตขาวหรือสีกรมท่า หรือจะใช้สีอื่นได้ แต่ต้องเป็นสีเดียวหรือเป็นผ้าชนิดเดียวกันกับชุดของผู้หญิง
  หญิง
ใช้ชุดสำหรับแข่งขันสากล
   


ชุดแข่งขันของนักกีฬาลีลาศหญิง ส่วนของสะโพกต้องปกปิดไว้ให้มิดชิด และช่วงโคนขาต้องไม่เว้าลึกเกินความจำเป็น
   



ประธานกรรมการเทคนิคมีสิทธิ์ขอให้ถอดเครื่องประดับ เช่น แหวน กำไลข้อมือ หรืออื่นๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับคู่ของตัวเอง และผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้
   


นักกีฬาต้องติดหมายเลขประจำตัวนักกีฬา ทางด้านหลังของฝ่ายชายตามกำหนด
   




การแต่งกายต้องได้ผ่านการพิจารณาตรวจ จากคณะกรรมการเทคนิคก่อนการแข่งขัน หากไม่ถูกต้องตามแบบ ต้องแก้ไข และหากไม่ปฏิบัติตาม จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน

8. มารยาทของนักกีฬา
นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมผู้ใด ประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อหน้าที่ และขาดมารยาทอันดีงาม หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับกติกาการแข่งขัน อาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน หรือถูกพิจารณาโทษตามควรแก่กรณ
9. คุณสมบัติและจำนวนผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาด
9.1
คณะกรรมการผู้ตัดสิน ประกอบด้วยประธานผู้ตัดสิน 1 คน ผู้ตัดสินอย่างน้อย 5 คน ไม่เกิน 9 คนในแต่ละประเภท
9.2

คณะกรรมการผู้ตัดสิน จะต้องได้รับการรับรองหรือแต่งตั้ง จากคณะกรรมการเทคนิคของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย


ที่มา:  สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย