ระเบียบการแข่งขันกีฬาลีลาศ
กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 (พ.ศ. 2547)

ณ จังหวัดราชบุรี
1. สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
นายกสมาคม นายจรัญ เจียรวนนท์
เลขาธิการ นายสิทธิชัย ปรียาดารา
สถานที่ติดต่อ 38 ซอยจันทร์ 24 ถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาธร กรุงเทพฯ 10120
โทร 02 - 675 - 9776-8
โทรสาร 02 - 675 - 9779
2. คณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน
ประธานฝ่ายกีฬาลีลาศของจังหวัดเจ้าภาพ ประธานกรรมการ
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย รองประธานกรรมการ
ผู้จัดการทีม หรือผู้แทนของแต่ละจังหวัดที่ส่งเข้าแข่งขัน 1 คน กรรมการ
บุคคลที่จังหวัดเจ้าภาพแห่งชาติแต่งตั้ง กรรมการ
บุคคลที่จังหวัดเจ้าภาพกีฬาแต่งตั้ง กรรมการและเลขานุการ
3. คณะกรรมการพิจารณาประท้วงเทคนิค
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการ
ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย กรรมการ
ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย กรรมการ
หัวหน้าผู้ชี้ขาด กรรมการ
เลขานุการจัดการแข่งขันจังหวัดเจ้าภาพแต่งตั้ง กรรมการและเลขานุการ
4. ข้อบังคับและกติกาการแข่งขัน

4.1

ให้ใช้ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
4.2

ให้ใช้กติกาการแข่งขันของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF ( International DanceSport Federation ) และระเบียบการแข่งขันของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม

4.3

ในกรณีที่เกิดปัญหาที่มิได้ระบุในข้อบังคับหรือกติกาการแข่งขัน ให้ผู้แทนสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย ผลการวินิจฉัยถือเป็นที่สิ้นสุด
5. คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
ให้เป็นไปตามข้อ19 หมวด 5 ของข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
6. การสมัครเข้าแข่งขัน

ให้แต่ละจังหวัดส่งรายชื่อนักกีฬาตาม วัน เวลา ที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระบุชื่อสกุล ของนักกีฬาและประเภท หรือรายการแข่งขันในคลาสต่างๆ เมื่อส่งใบสมัครแล้ว จะเปลี่ยนแปลงรายชื่อนักกีฬาในรายการต่างๆ ที่สมัครเข้าแข่งขันอีกไม่ได้

หมายเหตุ

 

การแข่งขันทั้งประเภทสแตนดาร์ด และลาติน อเมริกัน กำหนดให้ใช้หลักสูตรและเทคนิคการแข่งขันของ

Imperial Society of Teachers of Dancing ( ISTD ) หรือร่วมกับ

Imperial Dance Teachers Association ( IDTA )
สำหรับการแข่งขันในคลาส D และคลาส E ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Open Basic " ในระดับ Bronze, Silver & Gold อย่างใดอย่างหนี่งหรือร่วมกันก็ได้
7. ประเภทการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

7.1

ประเภทสแตนดาร์ด ( Standard ) คู่ ชาย-หญิง
 

7.1.1

คลาส A ( 5 จังหวะ )
Waltz, Tango, Viennese Waltz, Slow Foxtrot และ Quickstep
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.1.2

คลาส B ( 4 จังหวะ )
Waltz, Tango, Slow Foxtrot และ Quickstep
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.1.3

คลาส C ( 3 จังหวะ )
Waltz, Tango และ Quickstep
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.1.4

คลาส D ( 3 จังหวะ )
Waltz, Tango และ Quickstep
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Open Basic "
7.1.5 คลาส E ( 2 จังหวะ ) Waltz และ Tango
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Open Basic "
7.2 ประเภทลาติน อเมริกัน ( Latin American ) คู่ ชาย-หญิง
 

7.2.1

คลาส A ( 5 จังหวะ )
Samba, Cha Cha Cha, Rumba, Paso Doble และ Jive
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.2.2

คลาส B ( 4 จังหวะ )
Samba, Cha Cha Cha, Rumba และ Jive
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.2.3

คลาส C ( 3 จังหวะ )
Cha Cha Cha, Rumba และ Jive
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Variations "

7.2.4

คลาส D ( 3 จังหวะ )
Cha Cha Cha, Rumba และ Jive
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Open Basic "
7.2.5 คลาส E ( 2 จังหวะ ) Cha Cha Cha และ Rumba
ฟิกเกอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน " Open Basic "

8. จำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

แต่ละจังหวัดจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้ง 2 ประเภท คือ ประเภทสแตนดาร์ด และประเภทลาติน อเมริกัน

8.1
ประเภทสแตนดาร์ด มี 5 คลาส ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันแต่ละคลาสได้ไม่เกิน 3 คู่ ( 6 คน ) รวมนักกีฬาไม่เกิน 15 คู่ ( 30 คน )

8.2

ประเภทลาติน อเมริกัน มี 5 คลาส ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันแต่ละคลาสได้ไม่เกิน 3 คู่ ( 6 คน ) รวมนักกีฬาไม่เกิน 15 คู่ ( 30 คน )
8.3 แต่ละภาคมีเจ้าหน้าที่ประจำทีม 5 คน ประกอบด้วย ผู้จัดการทีม 1 คน และผู้ฝึกสอน 4 คน
8.4 ถ้าภาคใดมีจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในระดับชาติ ไม่ครบตามจำนวน สมาคมฯ จะพิจารณานำโควตานักกีฬาที่เหลือ ให้แก่ภาคที่มีจำนวนนักกีฬาเต็มโควตาแทน
9. หลักเกณฑ์การคัดเลือก

9.1

ในการแข่งขันกีฬาลีลาศ " กีฬาแห่งชาติ " จะประกอบด้วย รอบแรก ( First Round ) รอบสอง ( Quarter Final ) รอบรองชนะเลิศ ( Semi Final ) และรอบชิงชนะเลิศ ( Final )

( จำนวนรอบที่จัด ขึ้นอยู่กับจำนวนคู่ที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน )

9.2

หากมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาสเกินกว่า 16 คู่ขึ้นไป จะนำระบบรีด๊านซ์ ( Redance System ) มาใช้ตั้งแต่รอบแรกและรอบสอง ซึ่งนักกีฬาจะมีโอกาสได้แข่งขันร่วมกันอีกเป็นครั้งที่สอง ทั้งนี้ ประธานเทคนิค จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ ที่จะคัดจำนวนคู่ของทั้งสองรอบ เพื่อเข้าแข่งขันในรอบถัดไป
9.3
จะมีนักกีฬาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของการแข่งขันในแต่ละคลาส จะได้รับคัดเลือกเข้าไปแข่งขันในรอบถัดไป ยกเว้นรอบชิงชนะเลิศ ( Final )
9.4
รอบรองชนะเลิศ ( Semi Final ) จะจัดนักกีฬาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ( 2 Heats )
9.5
ในรอบชิงชนะเลิศ จะมีนักกีฬาที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาแข่งขัน ไม่เกิน 6 คู่ นอกจากกรณีที่คะแนน ( Marking ) เท่ากัน ให้ประธานเทคนิคเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ จำนวนคู่ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ในรอบชิงชนะเลิศ
9.6

เฉพาะ Class A 5 จังหวะ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาในรอบชิงชนะเลิศ ( Final ) จะเพิ่มการเต้นแบบแสดงเดี่ยว ( Solo Dance ) ในประเภท Standard 2 จังหวะ และในประเภท Latin American 2 จังหวะ จังหวะที่หนึ่งเป็นจังหวะเริ่มแรก และจังหวะที่สองเป็นจังหวะสุดท้าย แล้วจากนั้น คู่แข่งขันทั้งหมดจะแข่งขันรวมกันอีกครั้ง ใช้เวลาในการแสดงเดี่ยว 1 นาที และแข่งขันร่วมกันอีก 1 นาที เฉพาะจังหวะ Paso Doble การแสดงเดี่ยวให้เต้นจนถึงช่วงที่ 2 ของดนตรี ( Second Hi - Light ) และแข่งขันร่วมกัน จนถึงดนตรีช่วงที่ 2 เช่นกัน




จังหวะที่ใช้ในการแข่งขัน Solo Dance ในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับทางสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ International Dance Sport Federation (IDSF) กำหนด
9.7 ถ้ามีจังหวัดสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละคลาส น้อยกว่า 3 คู่ จะไม่มีการจัดการแข่งขัน
9.8 ผลการตัดสินใช้ระบบ สเก็ตติ้ง ซีสเต็ม ( Skating System )
9.9 เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน และความเร็วของดนตรี
 



ในทุกรอบของการแข่งขัน ใช้เวลาของดนตรีไม่น้อยกว่า 1.30 นาที ในจังหวะ วอลซ์ แทงโก้ ฟ๊อกทร็อต ควิ๊กสเต็ป แซมบ้า ช่า ช่า ช่า รุมบ้า และพาโซโดเบิ้ล
ในจังหวะเวียนนีส วอลซ์ และไจ๊ว์ฟ ใช้เวลาของดนตรีไม่น้อยกว่า 1 นาที
  ความเร็วของดนตรีในแต่ละจังหวะโดยประมาณ มีดังนี้
 
ประเภท สแตนดาร์ด  
  วอลซ์ 28 - 30  บาร์ต่อนาที

แทงโก้ 31 - 33  บาร์ต่อนาที
  เวียนีสวอลซ์ 58 - 60  บาร์ต่อนาที
  ฟ๊อกทร็อต 28 - 30  บาร์ต่อนาที
  ควิ๊กสเต็ป 50 - 52  บาร์ต่อนาที
ประเภท ลาติน อเมริกัน    
  แซมบ้า 50 - 52  บาร์ต่อนาที
  ช่า ช่า ช่า 30 - 32  บาร์ต่อนาที
  รุมบ้า 25 - 27  บาร์ต่อนาที
  พาโซโดเบิ้ล 60 - 62  บาร์ต่อนาที
  ไจ๊ว์ฟ 42 - 44  บาร์ต่อนาที
10. ข้อปฏิบัติในการแข่งขัน

10.1

ผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอนจะต้องเข้าร่วมประชุม ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ได้กำหนด ( โดยปกติจะประชุมก่อนวันแข่งขัน 1 วัน )
10.2

นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละคลาส จะต้องเป็นคู่เดิมตลอดเวลา และห้ามผละจากการแข่งขัน ขณะที่กำลังดำเนินอยู่ โดยไม่มีเหตุอันควร

10.3

นักกีฬาต้องเตรียมพร้อม ณ บริเวณสนามแข่งขันอย่างน้อย 20 นาที เพื่อตรวจการแต่งกาย และหมายเลขประจำตัวของผู้เข้าแข่งขัน
10.4

ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ประจำทีม ห้ามเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน เพื่อชี้แนะนักกีฬาของตนเอง ระหว่างที่การแข่งขันกำลังดำเนินการอยู่
10.5 ผลการตัดสินของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ถือเป็นที่สุด จะอุทธรณ์หรือประท้วงมิได้
11. การแต่งกายของนักกีฬา
การแต่งกายของนักกีฬา ให้เป็นไปตามกฏของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ IDSF ร่วมกับระเบียบสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทยกำหนด

การแต่งกายของเด็กหญิง Class E ( อายุไม่เกิน 11 ปี )
 

กระโปรงสีดำ + เสื้อขาวหลวม บอดี้สูท หรือ ที - เชิ้ต กระโปรงชุดธรรมดาสีเดียวกันพร้อมชุดชั้นใน ชุดกระโปรงที่ติดกับบอดี้สูท ( Leotard )

กระโปรงผ้าเรียบหรือจับจีบ ตัดเย็บให้ได้ไม่น้อยกว่า 1 และไม่เกิน 3 ครึ่งวงกลม อนุญาตให้ใช้ซับในสีธรรมดาอะไรก็ได้สีเดียว ห้ามตกแต่งหรือติดระบายที่ซับในหรือที่ชายกระโปรง และห้ามกุ๊นหรือแซ๊กชายกระโปรงใดๆ ทั้งสิ้น กระโปรงควรสูงเกินเข่าไม่เกิน 10 ซม. และยาวได้ไม่เกินคลุมเข่า ชั้นในของชุดต้องปกปิดกางเกงในได้มิดชิด ให้ดูภาพดีไซน์ แบบที่ 1 ที่ได้รับการอนุญาตแล้ว

ผ้าที่ใช้ตัดชุด  
 

ต้องไม่เป็นผ้าซีทรู ( See Through ) และไม่อนุญาตให้ใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นโลหะในการตัดชุด ใช้ผ้าต่างชนิดร่วมกันได้ แต่ต้องเป็นโทนสีเดียวกัน

การใช้สี
 

ใช้สีอะไรก็ได้ ยกเว้นสีเนื้อหรือสีผิวหนัง
ชุดชั้นในต้องเป็นสีเดียวกับชุด

การตกแต่งชุด
 

ไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งใดๆ เช่น พลอยเทียมที่คล้ายเพชร เลื่อม ลูกปัด ขนนก ดอกไม้ โบว์ ไหมญี่ปุ่น และลูกไม้ต่างๆ ฯลฯ

รองเท้า
 

ส้นรองเท้าต้องเป็นบล็อกลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมเท่านั้น ส้นต้องไม่สูงเกิน 3.5 เซนติเมตร ใช้สีอะไรก็ได้ จะสวมถุงเท้าด้วยก็ได้ สวมถุงน่องสีเนื้อก็ได้ แต่ไม่อนุญาตให้สวมถุงน่องที่เป็นตาข่าย

ทรงผม
 

ห้ามตกแต่งทรงผมที่พิถีพิถันและมีทรงสูง ผมถักปลอม เครื่องประดับ สีสเปรย์ผม และห้ามโรยกากเพชร

การเม๊คอัพ ( Make up )
 

ไม่อนุญาตให้มีการเม๊คอัพ ห้ามใส่ขนตาปลอม เล็บปลอม โรยกากเพชร ย้อมสีผิว และห้ามทาสีเล็บ

เครื่องประดับ
 

ห้ามใส่เครื่องประดับ เช่น สร้อยข้อมือ แหวน สร้อยคอ ฯลฯ

การแต่งกายของเด็กชาย Class E ( อายุไม่เกิน 11 ปี )
 

กางเกงขายาวสีดำ มีสายรัดคล้องรองเท้าได้ อนุญาตให้ใส่เข็มขัดสีดำ มีหัวเข็มขัดเป็นโลหะได้ เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวแบบเรียบธรรมดา ห้ามใช้ผ้าเงาหรือลวดลายทุกชนิด ห้ามใช้คอปกที่เป็นปีกและพับแขนเสื้อขึ้น และต้องผูกไทน์หรือโบว์ไทน์ ทั้งแบบ Latin และแบบ Standard อนุญาตให้ใส่ที่หนีบไทน์ได้ และเสื้อต้องสอดเข้าในกางเกง

การตกแต่งชุด
 

ไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งใดๆ

รองเท้า
 

รองเท้าสีดำส้นเตี้ยไม่เกิน 2 เซนติเมตร รองเท้าหนัง หนังกลับชนิดอ่อน หรือแบบมาตรฐาน

ทรงผม
 

ควรเป็นทรงผมสั้น ถ้าผมยาวให้มัดเป็นหางม้า

การเม๊คอัพ ( Make up )
 

ไม่อนุญาตให้มีการเม๊คอัพ

เครื่องประดับ
 

ไม่อนุญาตให้สวมใส่เครื่องประดับ

การแต่งกายของเด็กหญิง Class D ( อายุระหว่าง 12 - 13 ปี ) ทั้งแบบ Standard และ Latin
 

ชุดแข่งขันที่ไม่มีการตกแต่งใดๆ เช่น พลอยเทียมที่คล้ายเพชร ลูกปัด มุก และขนนก ห้ามใช้วัสดุที่ทำจากโลหะ ผ้าที่ส่องแสงสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ และผ้าเลื่อม ตัดเย็บชุด ใช้ผ้าหลากสีได้ ผ้าลายปัก ผ้าลูกไม้ถักหรือทอ ประดับดอกไม้หรือไหมญี่ปุ่นได้

สำหรับกฎระเบียบของการตัดเย็บชุด ให้ดูภาพดีไซด์ของผู้ใหญ่ แบบที่ 2

การใช้สี
 

ใช้สีอะไรก็ได้ ยกเว้นสีเนื้อหรือสีผิวหนัง
ชุดชั้นในต้องเป็นสีเดียวกับชุดที่สวมใส่

รองเท้า
 

ส้น 2 นิ้ว หรือ 5 เซนติเมตร ส้นบล็อกหรือส้นเรียวก็ได้ ไม่ให้ใส่ถุงเท้าสั้น และไม่ให้สวมถุงน่องที่เป็นตาข่าย

ทรงผม และ การเม๊คอัพ ( Make up )
 

ให้เด็กหญิงอายุไม่เกิน 11 ปี และอายุระหว่าง 12 - 13 ปี ใช้กฎเกณฑ์เดียวกัน

เครื่องประดับ
 

ห้ามใส่เครื่องประดับใดๆ เช่น กำไลมือ แหวน สร้อยคอ ฯลฯ

การแต่งกายของเด็กชาย Class D ( อายุระหว่าง 12 - 13 ปี ) ทั้งแบบ Standard และ Latin
 

แบบ Latin

แบบเดียวกับรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี หรือกางเกงยาวสีดำหรือสีกรมท่า ใส่เข็มขัดสีดำ มีหัวเข็มขัดเป็นโลหะด้วยก็ได้

ใส่เสื้อแขนยาวสีดำหรือสีกรม หรือสีขาว (ห้ามพับแขนเสื้อขึ้น) เสื้อต้องสอดเข้าในกางเกง ใส่เสื้อกั๊กสีดำหรือสีกรมด้วยก็ได้ อนุญาตให้ใส่ที่หนีบไทน์เป็นโลหะได้

สำหรับผ้าที่ใช้ตัดชุดท่อนบน ให้ดูที่ระเบียบการแต่งกายของรุ่นอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป

การตกแต่งชุด

ไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งใดๆ

รองเท้า

เหมือนกับรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี

ทรงผม

ควรเป็นทรงผมสั้น ถ้าผมยาวให้มัดเป็นหางม้า

การเม๊คอัพ ( Make up )

ไม่อนุญาตให้มีการเม๊คอัพ

เครื่องประดับ

ไม่อนุญาตให้สวมใส่เครื่องประดับ

แบบ Standard

กางเกงขายาวสีดำ หรือสีกรมท่า พร้อมเสื้อกั๊กใส่กับเสื้อแขนยาวสีขาว พร้อมไทน์สีดำหรือโบว์ไทน์ หรือเชิ้ตสีขาวพร้อมโบว์ไทน์สีขาว อนุญาตให้ใส่ที่หนีบไทน์ หรือกระดุมข้อมือได้

การตกแต่งชุด

ไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งชุด

รองเท้า

ให้ใส่รองเท้าสีดำส้นเตี้ย สวมถุงเท้าสีดำ

ทรงผม

ควรเป็นทรงผมสั้น ถ้าผมยาวให้มัดเป็นหางม้า

การเม๊คอัพ ( Make up )

ไม่อนุญาตให้มีการเม๊คอัพ

เครื่องประดับ
 

ไม่อนุญาตให้สวมใส่เครื่องประดับ

อนุญาตให้ใช้เครื่องแต่งกายรุ่นที่ต่ำกว่าเสมอ ตัวอย่างเช่น รุ่นอายุระหว่าง 12 - 13 ปี สามารถที่จะใช้เครื่องแต่งกายของรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี หรือ รุ่นอายุระหว่าง 14 - 15 ปี สามารถที่จะใช้ของรุ่นอายุระหว่าง 12 - 13 ปี ได้

หมายเหตุ :
ถ้ารุ่นอายุระหว่าง 12 - 13 ปี และ รุ่นอายุระหว่าง 14 - 15 ปี ไม่แบ่งแยก ให้ใช้ระเบียบการแต่งกายของ รุ่นอายุระหว่าง 14 - 15 ปี

การแต่งกายของ Class D ( อายุระหว่าง 14 - 15 ปี )
 

การแต่งกายของเด็กหญิง ทั้งแบบ Standard และ Latin

เหมือนรุ่นอายุระหว่าง 12 - 13 ปี หรือรุ่นอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป

การแต่งกายของเด็กชาย แบบ Latin

เหมือนรุ่นอายุระหว่าง 12 - 13 ปี หรือรุ่นอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป

การแต่งกายของเด็กชาย แบบ Standard

กางเกงขายาวสีดำ หรือสีกรมท่า ใส่กับเสื้อกั๊ก หรือกางเกงขายาวสีดำ หรือสีกรมท่า ใส่กับเจ๊กเก็ต สวมร่วมกับเสื้อเชิ้ตแขนยาว และไทน์สีดำ หรือเสื้อเชิ้ตสีขาว คาดหูกระต่ายสีขาว อนุญาตให้ใส่ที่หนีบไทน์เป็นโลหะได้ หรือชุดหางยาว (Tail Suit) สีดำหรือสีกรมท่า พร้อมชุดประดับ ( เสื้อเชิ้ต โบว์ไทน์ กระดุม ฯลฯ )

การตกแต่งชุด

ไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งใดๆ

รองเท้า

รองเท้าสีดำส้นเตี้ย สวมถุงเท้าสีดำ

ทรงผม

ควรเป็นผมทรงสั้น ถ้าเป็นผมยาวให้มัดเป็นหางม้า

เครื่องประดับ

ไม่อนุญาตให้สวมใส่เครื่องประดับ

การแต่งกายของนักกีฬา Class C , B , และ A ( อายุตั้งแต่ 16 ปี ขึ้นไป )
 

การแต่งกายของสุภาพสตรี แบบ Latin American

ชุดแข่งขันมาตรฐาน

กฎระเบียบการตัดเย็บของชุด มีอยู่ในภาพดีไซด์ แบบที่ 2

แถบบริเวณแนวสะโพก ( Hip Line ) และบริเวณสะโพก รวมถึงบริเวณหน้าอก ต้องปกปิดให้มิดชิด ( แนวของสะโพกหมายถึง กระดูกสะโพกบน ) ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้า ซีทรู ( See Through ) บริเวณนี้ ห้ามใช้ชุดชั้นในผ่าสูงขึ้น ห้ามผ่าเว้าลึกแนวสะโพกด้านบน แล้วใช้ผ้าซีทรูเสริมทับในชุดชั้นใน

ขณะยืนขึ้น กระโปรงควรคลุมชุดชั้นในได้มิดชิด ขณะที่กำลังเต้นรำ ชุดชั้นในควรสามารถมองเห็นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ถ้าเป็นชุด 2 ท่อน ( Two Piece ) ท่อนบนต้องไม่เป็นเหมือนเสื้อยกทรงตัวเดียว

การใช้สี

ใช้สีอะไรก็ได้ ยกเว้นสีเนื้อหรือสีผิวหนัง
ชุดชั้นในควรเป็นสีดำ หรือสีเดียวกับชุดที่สวมใส่

รองเท้า

ไม่บังคับ

ทรงผม และ การเม๊คอัพ ( Make up )

ไม่ควรที่จะเม๊คอัพเกินความจำเป็น และตกแต่งทรงผมพิถีพิถันเกินไป

เครื่องประดับ

ประธานเทคนิคมีสิทธิ์ขอให้ผู้เข้าแข่งขัน ถอดเครื่องประดับชิ้นใดชิ้นหนึ่งออก หากเห็นว่าอาจก่อให้เกิดอันตราย ระหว่างคู่ของตัวเอง หรือกับคู่แข่งขันอื่น

การแต่งกายของสุภาพสตรี แบบ Standard
การตกแต่งชุด

ไม่อนุญาตให้ชุดมี 2 ท่อน ห้ามตัดเว้าต่ำกว่าเอว ห้ามคอเสื้อเว้าลึก บริเวณหน้าอกต้องปกปิดให้มิดชิด ห้ามใช้ผ้าซีทรูบริเวณหน้าอก บริเวณเอวและสะโพก

ถ้ากระโปรงเป็นแบบผ่า จะผ่าได้จากช่วงเข่า ห้ามสูงเกินเข่า

สีชุด

สีอะไรก็ได้ ยกเว้นสีเนื้อหรือสีผิวหนัง

รองเท้า

ไม่บังคับ

ทรงผม และ การเม๊คอัพ ( Make up )

ไม่ควรที่จะเม๊คอัพเกินความจำเป็น และตกแต่งทรงผมอย่างพิถีพิถันเกินไป

เครื่องประดับ

ประธานเทคนิคมีสิทธิ์ขอให้ผู้เข้าแข่งขัน ถอดเครื่องประดับชิ้นใดชิ้นหนึ่งออก หากเห็นว่าอาจก่อให้เกิดอันตราย กับคู่ของตนเอง หรือกับคู่แข่งขันอื่น

 

การแต่งกายของสุภาพบุรุษ แบบ Latin American

กางเกงขายาวสีดำ หรือสีกรมท่า ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้า ซีทรู ( See Through )

เสื้อเชิ้ตหรือชุดท่อนบน ใช้สีอะไรก็ได้รวมไปถึงผ้าหลากสี ยกเว้นสีผิวเนื้อหรือสีผิวหนัง
ผ้า ซีทรู สามารถใช้ร่วมในการตกแต่งได้ แต่ไม่ใช่ใช้เป็นหลัก
ผ้า ซีทรู ที่ใช้ต้องมีไม่เกิน 25%
เสื้อเชิ้ตหรือชุดท่อนบนต้องสอดเข้าข้างใน ไม่อนุญาตให้ใส่เสื้อหรือชุดท่อนบนที่มีแขนกุด
เสื้อเชิ้ตเปิดได้ไม่เกินกระดูกหน้าอก
จะใส่เสื้อกั๊กแจ๊กเก็ต หรือแจ๊กเก็ตเอวลอย (Bolero Jacket) ด้วยก็ได้ แต่ต้องเป็นสีเดียวกับกางเกงที่ใส่
จะผูกไทน์ หูกระต่าย (Bowtie) ผ้าพันคอ (Scarf) ด้วยก็ได้
ถ้าจะผูกผ้าพันคอ จะต้องผูกให้กระชับ และจะต้องสอดเข้าในเสื้อ
การตกแต่งชุด

อนุญาตให้ตกแต่งชุดได้

รองเท้า

ไม่บังคับ

ทรงผม

ควรเป็นทรงผมสั้น ถ้าเป็นผมยาวให้มัดเป็นหางม้า

เครื่องประดับ

ประธานเทคนิคมีสิทธิ์ขอให้ผู้เข้าแข่งขัน ถอดเครื่องประดับออก หากเห็นว่าเครื่องประดับชิ้นนั้น อาจเป็นอันตราย ต่อคู่ของตนเอง หรือต่อคู่แข่งขันอื่น

การแต่งกายของสุภาพบุรุษ แบบ Standard
 

ชุดหางยาว (Tail Suit) สีดำหรือสีกรมท่าพร้อมชุดประดับ ( เสื้อเชิ้ต โบว์ไทน์ กระดุม ฯลฯ )

สุภาพบุรุษ และ สุภาพสตรี  

ไม่อนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์ของศาสนา ในการตกแต่งชุดหรือใช้แทนเครื่องประดับ

ไม่อนุญาตให้มีการสับเปลี่ยนชุด ระหว่างการแข่งขันแต่ละรอบ ยกเว้นความจำเป็นในบางกรณี ที่ชุดประสบปัญหา และเกิดขัดข้องไม่สามารถที่จะใช้สวมใส่ได้

การโฆษณา

การโฆษณาให้เป็นไปตามกฎการแข่งขันของ สหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ ( IDSF )

12. มารยาทของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่
นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมผู้ใด ประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อหน้าที่ และขาดมารยาทอันดีงาม หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ กติกา ของการแข่งขัน อาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน หรือถูกพิจารณาโทษตามควรแก่กรณี
13. การประท้วง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ข้อ 31(1) ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
14. คณะกรรมการผู้ตัดสิน และผู้ชี้ขาด

14.1

คณะกรรมการผู้ตัดสิน ประกอบด้วย

  • ประธาน 1 คน
  • ผู้ตัดสินประเภทสแตนดาร์ด 12 คน
  • ผู้ตัดสินประเภทลาติน อเมริกัน 12 คน
  • กรรมการรวมคะแนน 2 คน

14.2

คณะกรรมการผู้ตัดสิน จะต้องได้รับการแต่งตั้ง หรือได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเทคนิค ของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
15. รางวัลการแข่งขัน
ให้เป็นไปตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 12 หมวด 8 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

 

รางวัลที่ 1

เหรียญชุบทอง และ ประกาศนียบัตร

รางวัลที่ 2

เหรียญชุบเงิน และ ประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 3 เหรียญชุบทองแดง และ ประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 4 ประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 5 ประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 6 ประกาศนียบัตร
รางวัลนักกีฬาดีเด่น ชาย - หญิง
หมายเหตุ สำหรับผู้ตัดสิน ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่เทคนิค จะได้รับเกียรติบัตร

ที่มา:  สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย