ซันนี่ บีนิค (Sunny Binick)
บทความโดย: อ.สมชาย ศุกรสมิต

         ซันนี่ นักลีลาศผู้ยิ่งใหญ่  เป็นครูลีลาศที่มีความเป็นเลิศ และด้วยความเป็นผู้มีบุคลิกเด่น  ชื่อเสียงของเขาจึงยังคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่รู้จักเขา  ชื่อจริงของเขาคือ  นอร์แมน บินิค ( Norman binick )   เขาเริ่มอาชีพเต้นรำตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยเริ่มจากการเป็นคู่เต้นที่เรียกว่า  "เพ็น ด๊านเซอร์ " ( Pen Dancer )     หารายได้อยู่ที่สถานลีลาศ  "แฮมเมอร์สมิธ พาเล่ส์ " ( Hammersmith Palais ) ในกรุงลอนดอน ( "เพ็น" นั้นคือ สถานที่บริเวณหนึ่ง  ที่จัดไว้ให้สำหรับนักเต้นรำอาชีพ  ทั้งชายและหญิงนั่งรอรับ "จ๊อบ" เป็นคู่เต้นอยู่ที่ "เพ็น" นี้   ใครไม่มีคู่เต้นก็มาเลือก "เพ็น ด๊านเซอร์ " ได้ที่นี่ )

         กว่าจะเป็นนักเต้นรำที่ดีได้ ก็ต้องผ่านการฝึกอย่างหนัก  นักเต้นรำอาชีพวัยรุ่นเหล่านี้   หลายคนที่ภายหลังต่อมาได้เป็นนักเต้นรำที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  และหนึ่งในนั้นก็มี นอร์แมน บินิครวมอยู่ด้วย  และเนื่องจากเขาเป็นคนรูปร่างเล็ก   จึงได้นิคเนมว่า "ซันนี่ " นี้มาตลอดชีวิตของเขา

         เมื่อสงครามโลกเกิดขึ้น  เขาจึงต้องหยุดจากอาชีพเพ็น ด๊านเซอร์ และไปเป็นทหารพลร่ม ทหารหน่วยนี้ นับว่าเป็นหน่วยที่มีอันตรายมากที่สุดในบรรดาทหารทั้งหลาย   เขาเป็นผู้หนึ่งในจำนวนพลร่ม 9,000 คน ที่โดดร่มในวันดีเดย์  เพื่อที่จะเข้ายึดสะพานที่แม่น้ำไรน์   แต่ก็ต้องประสบกับการตอบโต้อย่างรุนแรงจากฝ่ายข้าศึก  และถูกตรึงอยู่กับที่ไม่สามารถทำอะไรได้  เป็นเวลาถึง 10 วัน  ทหารฝ่ายเขาถูกข้าศึกฆ่าตายไปถึง 2,163 คน เมื่อสงครามสงบ เขาได้รับยศเป็นจ่านายสิบ และได้รับเหรียญกล้าหาญจากสงครามครั้งนั้น

         ซันนี่ บินิค   เป็นนักลีลาศที่โด่งดังมากในยุค 40 ปีก่อน   เขาขึ้นสู่จุดสุดยอดของการแข่งขันลีลาศ  ตั้งแต่ ค.ศ.1953 ติดต่อกันเรื่อยไปจนถึง 1959     ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปีนี้    เขาและคู่เต้น คือ   ซาลลี่ บร็อค ( Sally Brock )    ได้ครองตำแหน่ง  "บริธิช แชมเปี้ยน" ประเภทโมเดอร์น ( British Professional Championship )     และ "อินเตอร์เนชั่นแนล" ( International Professional Championship )  นอกจากแชมเปี้ยนชิพตำแหน่งต่างๆ แล้ว   เขายังชนะเลิศประเภท เอ็กซิบิชั่น ( Exhibition Contest )    ซึ่งเขาแข่งขันในชุด "That Old Black Magic"

         ครูลีลาศหลายคนที่ข้าพเจ้าคุ้นเคยได้กล่าวถึงเขาไว้ดังนี้

         อเล็กซ์ มัวร์ ได้ชมเชยว่า   ซันนี่ บินิค  เป็นนักเต้นรำที่มีจังหวะจะโคนดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
         เล็น มอร์แกน (Leonard Morgan) ซึ่งเป็นครูคนแรกของข้าพเจ้า ขณะที่สอนอยู่ในโรงเรียนแถวเอีร์ลคอร์ด (Earlscourt) ในกรุงลอนดอน  ได้พูดถึงเขาว่า   ยังจำได้ติดตาอยู่เสมอถึงการเต้นวอลซ์ และฟ็อกซ์ทร็อต   ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีที่สุดของ  ซันนี่ บินิค   และยังชมซันนี่ว่า  สามารถปรับตัวจากการเป็นแชมเปี้ยนในการแข่งขัน   มาเป็นโค้ชผู้ฝึกสอนได้อย่างง่ายดาย   และยังเล่าต่อไปว่า   ซันนี่ได้รับเชิญให้ไปเผยแพร่มาตรฐานที่ถูกต้องตามสไตล์ของอังกฤษ  ให้แก่นักลีลาศในประเทศต่างๆ อยู่เสมอ ในช่วงนี้เอง   ที่เขาทุ่มเทด้วยใจรัก  ในการพัฒนาและส่งเสริมฐานะภาพของนักแข่งขัน   และนักแสดงโชว์ลีลาศ ซึ่งเขาก็ทำได้อย่างดียิ่ง   เขาได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ BDF ( Ballroom Dances’ Federation )   ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์นักลีลาศนี้ขึ้นมา และเป็นประธานของสหพันธ์นี้อยู่หลายสมัย จนกระทั่งได้เป็น Life - President ของสหพันธ์นี้ สมาชิกของ BDF นี้  ส่วนมากเป็นนักแข่งขันและนักโชว์ลีลาศ  รายได้แต่ละปีของพวกเขานั้น ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญในการแสดงศิลปของการลีลาศ   ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ซันนี่ได้ดำเนินส่งเสริมพัฒนาขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่  เขาเป็นตัวแทนของ BDF ทั้งในบริธิช เคาน์ซิล และในสภาลีลาศนานาชาติ ( International Council )  เขาเป็นผู้มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี  แต่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพอ่อนน้อม  เขาชอบทำอาหารเลี้ยงกันในวันฉลองคริสต์มาส  ปกติแล้วยามว่างจะพาสุนัขตัวโปรดออกไปเดินเล่น   เขาชอบสูบซิการ์  ดื่มบรั่นดีและแชมเปญ  และชอบขับรถซิ่งด้วย

         ส่วนแอนโทนี่ เฮอร์เล่ย์ ( Anthony Hurley )  ซึ่งรู้จักกับข้าพเจ้าสมัยเรายังเป็นอเมเจอร์ด้วยกันที่แบล็คพูล ( ซึ่งต่อมาเขาเป็นประธาน BDF ) ได้กล่าวว่า นามของซันนี่ บินิค ในความรู้สึกของเขานั้น มันฝังลึกอยู่ในความทรงจำอย่างไม่มีวันลืม ถ้าจะกล่าวถึงซันนี่ บินิคแล้ว   มันมากมายยิ่งใหญ่เกินจะบรรยายได้  จึงพูดได้แต่เพียงว่า  ใครก็ตามที่รู้จักซันนี่แล้ว   จะต้องรักและนับถือในตัวซันนี่และในความดีของเขา  นักแข่งขันลีลาศที่เคยร่วมแข่งขันกับเขา  ล้วนแต่ให้ความยกย่อง ชื่นชมและนับถือในความสามารถของซันนี่ บินิค ทั้งนั้น

         เขาเป็นผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุ่มเทให้ด้วยความมีน้ำใจ เป็นบุคคลที่วงการลีลาศต้องจดจำเป็นพิเศษ ในความมีน้ำใจของเขา    แม้กระทั่งเมื่อเขาป่วยมาก   รู้ว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน  แต่ด้วยใจรักและจิตใจจดจ่ออยู่กับลีลาศ   เขายังอุตส่าห์เดินทางไปแบล็คพูล   เพื่อเข้าประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ BDF ( ซึ่งเขาเป็นแกนนำในการก่อตั้ง )

         และแล้วในวันนั้นเอง   ที่ 31 พฤษภาคม  เขาก็เสียชีวิตคาพวงมาลัยขณะเดินทางด้วยวัย 80 ปี  สังขารของเขาสูญสิ้นไปแล้ว   แต่ความดีของครูซันนี่ บินิค ยังคงประทับใจลูกศิษย์และเพื่อนนักลีลาศทั้งหลาย ความมีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อวงการลีลาศ ต่อนักแข่งขัน และนักโชว์ลีลาศ ยังคงประทับอยู่ในใจของเขาทั้งหลายไม่มีวันลืม



ที่มา:  Letter Service จากสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทย ถึงสมาชิก