ครูแท้
โดย : ศร ฤทธิ์เรืองจรูญ

" ครูแท้...จะตั้งใจสอนให้ศิษย์มีความรู้จริง โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของตัวครูเองแม้แต่น้อย"

" นี่คุณ... เงินที่เขาเอามาให้ผมน่ะ ผมคิดเป็นค่าเสียเวลาของผมเท่านั้น

แต่วิชาเต้นรำผมสอนให้ฟรี ไม่อยากได้วิชาฟรีๆ ก็ตามใจซิครับ"

ผมกับภรรยาพบกันครั้งแรกที่โรงเรียนสอนเต้นรำแบบบอลล์รูม หรือลีลาศแห่งหนึ่ง เมื่อ 40 ปีมาแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ท่านอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า ผมจะเล่าเรื่องประทับใจเกี่ยวกับภรรยาผมนะครับ เพราะภรรยาผมเมื่อสาวๆ หน้าตาดูยังไงๆ ก็ไม่สวยเลย ตอนแก่ปูน60นี่พอดูได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้สวยขึ้นหรอกครับ เพราะความชินตาน่ะ ผมเล่าความจริงให้ฟังยังงี้ “สาระสราญ” ฉบับนี้คงต้องเม้มเอาไว้อ่านคนเดียว ให้ภรรยาเห็นไม่ได้ ไม่เช่นนั้นหน้าผมคงแหก

ผมจะเล่าเรื่องครูเต้นรำของผม ท่านชื่ออะไรผมขอสงวนไว้ แค่เอาเรื่องของครูมาขายก็พอแล้ว อย่าให้ถึงกับเอาชื่อครูมาขายเลย ถึงแม้ บ.ก. หรือใครๆ ก็ตาม จะมาอ้อนวอนถามอย่างไร ผมก็จะไม่บอก บอกไปก็ไปพบท่านไม่ได้ เพราะครูท่านเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว

ผมขอเล่าประวัติภูมิหลังของครูสักเล็กน้อย เพื่อจะได้เข้าใจพฤติกรรมของครูที่จะเล่าต่อไป

ครูเกิดในตระกูลผู้ดีเก่าที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ตระกูลหนึ่ง จบการศึกษาจากปีนัง กลับมารับราชการมีอนาคตดี แต่ครูเป็นผู้ที่มีความรักในศิลปะแทบทุกแขนง เคยหัดเล่นกล้าม หัดเล่นยูโดจนเป็นแชมป์ ในที่สุดก็มาหัดเต้นรำกับปรมาจารย์ผู้บุกเบิกการเต้นรำแบบบอลล์รูมในประเทศไทยท่านหนึ่ง ท่านผู้นั้น จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ รับราชการมีบรรดาศักดิ์เป็นคุณหลวง ในสมัยปลายรัชกาลที่ 6

เมื่อครูหัดเต้นรำจนศิลปะการเต้นรำขึ้นสมองร้อนวิชา ก็เลยลาออกจากราชการ มาสอนเต้นรำอย่างเดียว เพื่อเผยแพร่ศิลปะการเต้นรำ และสนองความรักในศิลปะการเต้นรำของตัวครูเองต่อไป ประวัติส่วนตัวของครูที่เล่าให้ฟังนี้ไม่ค่อยมีใครทราบ ถ้าไม่ใกล้ชิดกับครูจริงๆ คนทั่วไปจะรู้จักครูในฐานะเป็นเพียงครูเต้นรำอาชีพเท่านั้น

ครูสอนเต้นรำของผมท่านนี้ ถึงแม้ใครจะเห็นว่าท่านเป็นเพียงครูเต้นรำ เต้นกินรำกิน แต่ผมก็เคารพท่านมาก เพราะท่านมีความเป็นครูแท้ยิ่งกว่าครูอีกหลายท่านที่สอนผมมา

คนที่เป็นครูแท้จะสอนวิชาอะไรก็ไม่สำคัญ แต่เมื่อสอนศิษย์แล้วจะตั้งใจสอน เพื่อให้ศิษย์มีความรู้จริง เพื่อประโยชน์ของศิษย์แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของตัวครูเองแม้แต่น้อย

ทุกคนที่ไปเรียนเต้นรำกับครู ครูจะสอนอย่างละเอียดลออเป็นขั้นตอน เริ่มแต่การยืน การก้าวเท้า การใช้ส้นปลายเท้า การทรงตัว การหมุนตัว การโยนตัวและการบิดตัว (Sway and Contrary Body Movement) ซึ่งเป็นภาษาเทคนิคของวิชาการเต้นรำ ไม่รู้ว่านักเต้นรำรุ่นดิสโก้หรือดิ้นสมัยนี้จะรู้จักหรือไม่ และยังสอนการอื่นๆ อีกสารพัดการ ที่เป็นความรู้พื้นฐานของการเต้นรำ ตลอดจนลีลาการเต้นรำ ให้เข้ากับเพลงจังหวะต่างๆ เช่น ถ้าจะเต้นควิ้กสเตป ก็ต้องเต้นให้คล้ายนกน้อยกำลังกระโดดโลดเต้น เริงร่าอยู่บนพุ่มไม้ เต้นวอลท์ก็ต้องให้ลีลาเหมือนคลื่นที่ทยอยเข้าหาฝั่ง เต้นสโลว์ฟ็อกทร็อต ก็ให้เหมือนสายสาหร่าย กำลังส่ายตัวไปมาในสายน้ำไหล ส่วนแทงโก้ก็ต้องสง่าผ่าเผย เคลื่อนไหวให้กระฉับกระเฉง แต่เจือความนุ่มนวลอ่อนหวานอยู่ในตัว เหมือนมาธาดอร์กำลังล่อวัวกระทิง (เป็นไงครับสำนวนอธิบายของครู ) ส่วนเสต็ปหรือลวดลายเต้นรำ ครูก็จะสอนแต่เพียงลวดลายมาตรฐาน ไม่ใคร่สอนลวดลายพิสดาร ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะครูไม่มีภูมิรู้จะสอนนะครับ ตำแหน่งกรรมการฝ่ายวิชาการ และบรรณารักษ์ห้องสมุด สมาคมลีลาศแห่งประเทศไทยของครู เป็นหลักประกันว่า ครูมีความรู้เรื่องลวดลายพิสดารเป็นอย่างดี

หลังจากสอนความรู้พื้นฐานต่างๆ แล้ว ครูก็จะให้ลูกศิษย์เดินคนเดียวให้ถูกหลักพื้นฐานเป็นอาทิตย์ ๆ ก่อนที่จะให้จับคู่เต้นรำ ไม่เหมือนที่โรงเรียนอื่นๆ พอไปถึงก็จะให้จับคู่แล้วสอนลวดลายเลย โดยไม่สอนความรู้พื้นฐานให้ก่อน คล้ายกับวิธีการสอนหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการสมัยหนึ่งที่เรียกว่า แบบเบสิค คือให้จำคำ เป็นคำๆ กันไปเลย เหมือนหนังสือจีน โดยไม่สอน ก.ไก่ ข.ไข่ ก่อน แล้วจึงมาผสมตัวภายหลัง

แต่คนที่ไปเรียนเต้นรำกับครู ส่วนมากไม่ค่อยชอบวิธีสอนของครู อยากจะจับคู่เต้นรำแล้วต่อลวดลายพิสดารเลย เรียกว่าชอบเรียนเต้นรำแบบเบสิค ว่างั้นเถอะ

ผมเคยพูดกับครูถึงเรื่องนี้ ครูกลับตอบว่าลวดลายพิสดารนั้นน่ะ มันก็เหมือนกับการเรียงความหรือแต่งเรื่อง คนจะแต่งเรื่องได้ มันก็ต้องอ่านออกเขียนได้ ผสมตัวอักษรเป็นเสียก่อน ทีนี้หนังสือก็ยังเขียนไม่เป็นตัวแล้วจะไปแต่งเรื่อง ไม่มีใครอ่านของคุณหรอก เพราะอ่านไม่ออกหรือไม่เป็นภาษา เรื่องเต้นรำก็เหมือนกัน ถ้ายังเดินขาถ่างช้างลอดได้เป็นโขลง (ครูว่างั้นจริงๆ ครับ) แล้วจะไปวาดลวดลายพิสดาร ก็ไม่มีใครเขาดูคุณหรอกครับ วาดลวดลายไปให้เขาหัวเราะเยาะ เสียชื่อครูเปล่าๆ

ด้วยวิธีการสอนแบบของครูนี่แหละครับ ยิ่งสอนลูกศิษย์ยิ่งลด เพราะไม่มีใครทนครูเคี่ยวเข็ญได้ หนีไปเรียนที่อื่นกันหมด แต่ถ้าใครทนฝึกกับครูจนจบได้ รับรองว่าไปประกวดก็จะได้แชมป์ทุกคน แม้แต่ภรรยาผมเมื่อสาวๆ แกยังอุตส่าห์เป็นแชมป์เต้นรำจังหวะแทงโก้ ในการประกวดลีลาศที่สวนอัมพรกับเขาด้วยครั้งหนึ่ง โดยครูให้แกเต้นกับลูกศิษย์ก้นกุฏิคนหนึ่งที่เขาเอาถ่าน ไม่ยอมให้เต้นกับผม ครูบอกว่าเวลาผมเต้นเข้าคู่แล้วมองดูเหมือนแร้งคาบหมาตาย เอาไว้ส่งเสียงเชียร์เวลาประกวดก็พอแล้ว (ครูนะครู-ฮึ่ม) แต่ถ้าใครไม่อยากประกวด ถ้าตั้งใจฝึกจบแล้วก็จะมีความรู้ไปสอนคนอื่นต่อได้ทุกคน หรือไม่อย่างน้อยก็สามารถดูและวิพากษ์วิจารณ์การเต้นของคนอื่นได้ อย่างไมเคิล แจ๊คสัน ผมว่าการเต้นของแกนั้นดีทีเดียว เสียแต่ท่าเต้นเฉียดอนาจารไปหน่อย

ผมเป็นห่วงเรื่องลูกศิษย์หายหมด ก็เลยเตือนครูว่า ครูครับ คนเขามาเรียนเต้นรำ ก็ต้องการเรียนพอออกงานได้เท่านั้น ไม่มีใครอยากเป็นแชมป์ทุกคนหรอกครับ อีกอย่างหนึ่งค่าเล่าเรียนเขาก็เสียแล้ว ครูจะสอนตามใจเขาหน่อยไม่ได้หรือครับ ครูกลับตอบผมว่า นี่คุณ เงินที่เขาเอามาให้ผมน่ะ ผมคิดเป็นค่าเสียเวลาของผมเท่านั้น แต่วิชาเต้นรำผมสอนให้ฟรี ไม่อยากได้วิชาฟรีๆ ก็ตามใจซิครับ - เป็นงั้นไป

อยู่มาวันหนึ่ง ครูสอนลวดลายมาตรฐานให้ผมลวดลายหนึ่ง แล้วก็ให้ผมซ้อมเต้นไปคนเดียว ลูกศิษย์ไม่เอาไหนอย่างผมก็เต้นไม่ได้ซักที เพราะขี้เกียจซ้อมตามสันดานประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งก็เอาเวลาไปจีบแฟนเสียหมด พอครูเรียกให้ผมเต้นให้ดู ผมก็เต้นไม่ได้ ก็เลยแก้ตัวกับครูว่า โธ่ มันยากออกครับ น่ากลัวผมจะทำไม่ได้ ครูมองหน้าผม นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องพัก ค้นอะไรกุกๆ กักๆ แล้วก็คว้าเอาถุงกระดาษใส่ของเก่าๆ ใบหนึ่งมายื่นให้ผม พลางพูดว่า เอ้า อ่านดูซะ ว่าแล้วก็หันกลับไปสอนคนอื่นต่อ

ผมอ่านข้อความที่พิมพ์อยู่ในถุงกระดาษแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วก็ลงมือซ้อม ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ผมก็เต้นลวดลายมาตรฐานนั้นได้

ข้อความที่ปรากฏอยู่บนถุงกระดาษนั้น ประทับใจผม ผมจึงขอฝากเอาไว้ เผื่อจะประทับใจใครบ้าง ข้อความนั้นมีดังนี้

“พวกลิงค่าง กลางป่า เอามาหัด
สารพัด หัดได้ ดังใจหมาย
เหล่านักเรียน ครูเพียร สอนแทบตาย
ถ้าเอาดี ไม่ได้ ก็อายลิง”

ผมอายลิงครับ เลยเต้นรำได้ นี่แหละครับ.....ครูแท้



ที่มา : นิตยสารสาระ สราญ ปีที่ 1 ฉบับที่ 6 .... มกราคม 2541
โดย : คุณอุบล จรูญเรืองฤทธิ์