จังหวะลาตินเบื้องต้น
บทความโดย: อ.สมชาย ศุกรสมิต

          มาตรฐานและความสามารถในการลีลาศ เป็นผลเกิดจากการพัฒนาค้นคว้าเพิ่มเติม โดยครูลีลาศในประเทศอังกฤษ และใช้เป็นหลักในการสอน ซึ่งกรรมการสอบคุณวุฒิครูลีลาศ (Examiners) ใช้ในการสอบเป็นครูลีลาศ และกรรมการตัดสินการแข่งขันลีลาศ (Adjudicators) ใช้เป็นแนวทางพิจารณานักลีลาศในสนามแข่งขัน การรักษามาตรฐานนั้น นักลีลาศต้องยึดหลักวิชาการและเทคนิคต่างๆ ที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐานสากล ดังนั้น การเรียนที่ถูกต้อง จึงเริ่มจากพื้นฐานก่อน เช่น ชื่อของฟิคเกอร์ที่เป็นโครงสร้าง ( คือ พวก Basic Figures ) และรูปสเต็ปนั้นๆ มีกี่ก้าว แต่ละก้าวมีรายละเอียดอะไรบ้างที่ต้องทำให้ถูกต้อง เช่น

ตำแหน่งของการวางเท้า Foot Position คือ
  การวางเท้าข้างหนึ่งในตำแหน่งที่เปรียบเทียบกับเท้าอีกข้างหนึ่ง เช่น ก้าวไปข้างหน้าหรือข้างหลัง หรือเฉียงออกไปในท่าพร็อมเมนหนาด ( PP หรือ CPP ) ก้าวออกนอกคู่เต้น ( Outside Partner ) หรือเพียงแต่เตรียมออกนอกคู่เต้นเท่านั้น เหล่านี้เป็นต้น
แนวทาง (หรือทิศทาง) คือ Alignment หมายถึง
  ทิศทางของการก้าวเท้าออกไป ว่าไปทางไหนของห้องเช่น "เฉียงเข้าหาฝาห้อง" ( Diagonally to Wall หรือใช้คำย่อว่า D.W. ) หรือกรณีที่ก้าวไปข้างๆ ในทิศทางของเท้าที่แตกต่างไปจากทิศทางของลำตัว เช่นในท่าพร็อมเมนหนาด เราก็ใช้คำว่า " ชี้ " ( Pointing ) เป็นต้น
Amount of Turn หมายถึง
  การหันในแต่ละครั้ง คำนวณจากการก้าวเท้าแต่ละก้าว เพื่อเป็นแนวทางให้ทำตามได้ง่ายและถูกต้อง แต่ก็อาจมีการหันน้อยหรือมากกว่าที่กำหนดไว้ก็ได้ แล้วแต่กรณ๊ มีข้อควรสังเกตุและทำความเข้าใจ คือ ในกรณีที่มีการเบนปลายเท้าออกเล็กน้อย แต่ไม่มีผลถึงการหันของลำตัว เช่น ก้าวแรกของ เบสิค มูฟเมนท์ ปลายเท้าเบนออกเล็กน้อยแต่ไม่มีการหัน หรือในกรณีที่เดินถอยหลัง เช่น ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง เมื่อวางน้ำหนักเท้าลงไป ปลายเท้าจะหันไปทางซ้ายประมาณ 1/16 รอบ และเมื่อถอยหลังด้วยเท้าขวา ปลายเท้าขวาก็จะเบนหันไปทางขวาประมาณ 1/16 เช่นกัน เหตุที่การหันดังกล่าวไม่นับเป็น "Amount of Turn" ก็เพราะว่า
  1. ถ้าไม่หันเท้าดังกล่าวข้างต้น เวลาเดินถอยหลัง จะไม่สามารถทรงตัวได้ดี
2. การที่เท้าเบนออกเช่นนี้ จะเป็นไปตามธรรมชาติ แม้จะไม่มีการหันก็ตาม
3. ไม่ได้ทำให้ลำตัวหันตามไปด้วย
4. ตามหลักวิชาการแล้ว การหันที่น้อยกว่า 1/8 จะไม่นับว่าเป็น "Amount of Turn" โดยทั่วไปแล้วในจังหวะลาติน จะถือว่ามีการหันก็ต่อเมื่อ เป็นการหันด้วยลำตัวในขณะทำรูปสเต็ป ดังนั้น แม้การก้าวเท้าไปข้างหน้าในลักษณะ "Check Forward Walk" คือก้าวไปข้างหน้าแล้วยั้งตัวถอยกลับ จึงไม่ถูกระบุว่าเป็นการหัน เมื่อก้าวออกไปแล้ว ลำตัวไม่ได้หันไปในทิศทางเดียวกับเท้า ก็ไม่ถือเป็นการหัน การหันในก้าวใดก็ตาม จะขึ้นอยู่กับลำตัวไม่ใช่เท้าเท่านั้น
 
ฟุตเวอร์ค (Footwork) คือ
 

วิธีก้าวเท้าที่ใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของเท้าหรือหลายส่วน สัมผัสลงกับพื้นในแต่ละก้าว เช่น ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งในแบบลาตินจะใช้ Ball แล้ว Flat เป็นต้น ( บอลล์ คือกล้ามเนื้อใกล้โคนหัวแม่เท้า, Flat หมายถึงวางเท้าราบลงไปกับพื้นเต็มเท้า )

การนำคู่ (Lead) การนำคู่ในแบบลาตินมีอยู่ 2 แบบ คือ
  1. ฟิสิคอล ลีด (Physical Leads) เป็นการนำคู่ที่ฝ่ายชายต้องใช้แรงช่วยในการนำคู่ผ่านมือข้างที่จับคู่ โดยที่คู่เต้นต้องสนองตอบให้สอดคล้องกับการดึงหรือผลักมือของฝ่ายชาย ให้มีการยืดหยุ่นแขนทั้งสองคนอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปแล้ว ฝ่ายหญิงจะงอแขนเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ฝ่ายชายสามารถนำเธอให้ไปอยู่ตำแหน่งที่ต้องการได้

2. เชพปิ้ง ลีด (Shaping Lead) เป็นการนำเพื่อให้แสดงออกมาเป็นท่าหรือภาพที่ต้องการ โดยฝ่ายชายจะนำผ่านจากท่าหรือตำแหน่งของการวางตัวด้วย หลักที่ใช้ในการนำคู่แบบ Shaping Leads นี้ ก็เพื่อจะสร้างภาพของลำตัวหรือแขน และเพื่อที่จะให้เห็นภาพที่ชัดแจ้ง สำหรับการเคลื่อนไหวที่ฝ่ายหญิงจะต้องทำต่อไปเพื่อสร้างภาพนี้ มือของฝ่ายหญิงที่จับคู่อยู่ ก็จะงอและผ่อนคลาย เพื่อช่วยการเคลื่อนไหวที่จะสร้างภาพ ให้มีการมรงตัวดี มีลีลานุ่มนวล

การเรียนลีลาศ ต้องเริ่มจากรูปสเต็ปเบื้องต้นก่อน ซึ่งแต่ละฟิคเกอร์นั้น จะเริ่มจากท่าการจับคู่ท่าหนึ่ง ไปจบในท่าอีกท่าหนึ่งหรือท่าเดิมก็ได้ ดังนั้น เราต้องเรียนรู้ว่าท่าต่างๆ นั้นชื่ออะไรบ้าง ที่ควรทราบเบื้องต้น คือู่

  1. ท่าจับคู่ปกติ (Normal Hold) หรือ Closed Hold Position ทั้งคู่ยืนห่างกันประมาณ 6 นิ้ว มือขวาของชายจับอยู่ที่หลังของฝ่ายหญิง ต่ำกว่าสะบักซ้ายเล็กน้อย ในลักษณะที่ฝ่ามืองอโป่งเป็นกระพุ้งเล็กน้อย ไม่เหยียดเหมือนแบบบอลล์รูม แขนจะโค้งพอสวย ข้อศอกอยู่ประมาณระดับอก แขนซ้ายของหญิงวางทาบเบาๆ บนท่อนแขนขวาของชาย ให้แขนลาดไปตามความโค้งงอของแขนชาย ส่วนมือซ้ายจะวางจับเบาๆ บนไหล่ขวาของชาย มือซ้ายของชายจับมือขวาของฝ่ายหญิง ยกขึ้นสูงประมาณระดับปาก แขนงอโค้งแบบเดียวกับแขนขวา ข้อมือซ้ายต้องเหยียดตรง อย่างอหรือหักข้อมือ ให้มือทั้งสองที่จับกันนี้ อยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างลำตัวของคนทั้งสอง แต่ต้องสังเกตว่า การจับคู่แบบ Normal Hold นี้ จะไม่ล็อคตายตัว อาจมียืดหยุ่นได้บ้าง
 

2. ท่าเปิด (Open Position) ทั้งคู่ยืนหันหน้าหากัน ห่างประมาณช่วงแขนเหยียด น้ำหนักอาจอยู่เท้าใดก็ได้ ฝ่ายหญิงตรงกันข้าม การที่น้ำหนักจะอยู่เท้าไหน ก็สุดแต่ฟิคเกอร์ที่ทำก่อนจะมาอยู่ในท่าโอเพ่นนี้ เช่น สป็อท เทิร์น (Sport turn ซึ่งมีทั้งหันไปทางซ้ายและหันไปทางขวา) และมือข้างที่จับคู่กันนั้น จะเป็นมือซ้ายจับมือขวา มือซ้ายจับมือซ้าย หรือจะเป็นมือขวาจับมือซ้ายก็ได้ แล้วแต่กรณี หรือจะไม่จับมือกันเลยก็ได้

ท่าโอเพ่น โพซิชั่นนี้ แขนข้างที่เหยียดออกไปข้างหน้าเพื่อจับคู่กันนั้น อยู่ต่ำกว่าระดับไหล่และงอเล็กน้อย ข้างที่ไม่ได้จับกันจะเหยียดออกไปข้างๆ ต่ำกว่าระดับไหล่ ให้เป็นเส้นโค้งพองาม แต่เมื่อเวลาปล่อยมือทั้งสองข้างจากคู่เต้นนั้น แขนทั้งสองจะงอและเก็บข้อศอกทั้งสองให้ชิดกับลำตัว เพียงแต่ข้อมือเท่านั้นที่เหยียดออกไปข้างหน้า

3. ท่าแฟน (Fan Position) เป็นท่าที่ฝ่ายหญิงยืนอยู่ทางข้างซ้ายมือของชาย ในระยะเกือบสุดแขนเหยียด แขนขวาของหญิงเหยียดออกไปข้างๆ งอเล็กน้อย มือขวาจับกับมือซ้ายของชาย ยืนเท้าซ้ายอยู่ข้างหลัง น้ำหนักอยู่เท้าซ้าย ลำตัวทำมุมหนึ่งมุมฉากกับลำตัวของชาย อยู่ในเส้นสมมติที่ถ้าลากเส้นตรงจากหน้าฝ่ายหญิงผ่านหน้าฝ่ายชายไป ก็จะอยู่ห่างจากฝ่ายชายประมาณ 6 นิ้ว แขนซ้ายของชาย เหยียดตรงออกไปข้างหน้าต่ำกว่าระดับไหล่ และงอเล็กน้อย หงายฝ่ามือขึ้นเพื่อให้ฝ่ายหญิงคว่ำมือขวาของเธอ วางลงบนมือซ้ายของชายได้อย่างสบาย หัวแม่มือซ้ายของชายจับอยู่บนหลังมือของหญิง แขนขวาที่ไม่ได้จับคู่เหยียดออกไปข้างๆ ต่ำกว่าระดับไหล่ โค้งงอเล็กน้อยพองาม ทั้งคู่มองตรงไปข้างหน้าตามปกติ

 

 
 

 

หมายเหตุ เนื่องจากเนื้อที่จำกัด จึงขอยกยอดไปคราวหน้า

 



ที่มา:  Letter Service จากสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทย ถึงสมาชิก