จังหวะ แทงโก้
บทความโดย: อ.สมชาย ศุกรสมิต

         เรื่องของลีลาและอารมณ์  ดนตรีจังหวะแทงโก้ มีบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนใคร   คือมีบรรยากาศเร้าอารมณ์   ให้เกิดการตื่นตัวด้วยท่วงทำนองเพลงที่หนักแน่น กระชับ และหยุดเป็นห้วงๆ ตามตัวโน๊ต    ดนตรีที่กระแทกกระทั้น  ผสมผสานกับความนุ่มนวล คลื่นเสียงที่เปลี่ยนจากแผ่วเบา  เพิ่มขึ้นมาเป็นเสียงกังวาลและหนักแน่น   สร้างอารมณ์ให้ตื่นเต้น น่าทึ่งและตรึงใจ

         เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุด  เป็น Base หรือ Basic คือการจะเข้าถึงบรรยากาศของแทงโก้ มีเคล็ดลับอยู่ที่ต้องเข้าใจสไตล์  ลักษณะเฉพาะแบบที่ถูกต้อง และแสดงออกให้สอดคล้องกับบรรยากาศ   ซึ่งขึ้นอยู่กับการวางท่าและจับคู่ที่กระชับและทะมัดทะแมง แต่ต้องเคลื่อนไหวให้นุ่มนวลและประณีต  ข้อสำคัญต้องระวังเกี่ยวกับการใช้ไหล่ขวา   และทุกครั้งที่ฝ่ายชายยืนชิดเท้านั้น  ต้องนำเท้าขวามาชิดเท้าซ้าย   โดยให้เหลื่อมไปข้างหลังเท้าซ้ายเล็กน้อย  ส่วนฝ่ายหญิงก็ตรงกันข้าม  การจะก้าวเท้าให้ลงจังหวะดนตรีนั้น  ก่อนก้าวพยายามฟังเสียงให้ดีว่า   มีเสียงเน้นอยู่เพียง 2 เสียง และมีเบาๆ กั้นกลางระหว่างเสียงหนัก 2 เสียงนั้น  ลองนับตามเสียงเคาะจังหวะให้เป็น “หนึ่ง-และ-สอง-และ” (หรือ พั่ม-แท็ก-พั่ม ก็ได้ ) เสียงเคาะจังหวะที่ตรงกับตอนที่เรานับว่า “หนึ่ง” กับ “สอง” นั้น   เป็นเสียงหนักซึ่งเป็นจังหวะหลักของแทงโก้   ฉะนั้น  การวางเท้าก็ต้องก้าวให้ตรงกับจังหวะหลัก คือ  “หนึ่ง” หรือ “สอง”  ก็ได้   การนับจังหวะทำนองตามปรกติจะนับ  ช้า - เร็ว - เร็ว - ช้า    ช่วงที่นับ “ช้า” จะมีค่าเท่ากับ 1 บีท (Beat)   ส่วน “เร็ว” จะมีค่าเท่ากับ 1/2 บีท  ดังนั้น การก้าวช้าหนึ่งก้าว จะกินเวลาเท่ากับการก้าวเร็วสองก้าว  ความเร็ว(Tempo) 33 บาร์ต่อหนึ่งนาที การจะก้าวให้ลงจังหวะ ควรเริ่มก้าวในจังหวะนับช้า และหน่วงเท้าไว้เล็กน้อย ( จะนับในใจว่า ช้า-หยุด หรือ พั่ม-แท็ก อะไรก็แล้วแต่ถนัด เพื่อเป็นการชะลอเท้าไว้ในจังหวะช้า ) แต่เมื่อก้าวในจังหวะเร็ว ก็ไม่ต้องหน่วงเท้าไว้เหมือนตอนนับช้า   ควรเรียนพื้นฐานเบื้องต้นก่อนแล้วจึงสูงขึ้นตามลำดับ  ดังนั้น ก็ควรเริ่มจากก้าวเดินให้ถูกต้องตามสไตล์ของแทงโก้ (Tango Walk) การเดินเป็นส่วนยากที่สุดในบรรดาเบสิค  หรือพื้นฐานของโครงสร้าง ( ที่มี 1.การยืน 2.การจับคู่ 3.การเดิน ) การเดินไปข้างหน้านั้น ก็เหมือนกับเดินตามธรรมชาติในชีวิตประจำวัน  คือทุกก้าวมีช่วงความยาวเท่ากัน  เมื่อก้าวออกไปข้างหน้า  เวลาวางเท้าลงส้นเท้าจะถึงพื้นก่อน  แล้วจึงวางราบลงเต็มเท้า

         และนี่คือจุดสำคัญ ความสำคัญของแทงโก้อยู่ที่การวางเท้า ลักษณะการเดินในสไตล์คาร์แร็คเตอร์ของแทงโก้ เป็นผลมาจากท่าการจับคู่  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแทงโก้  เมื่อเรายืนอยู่ในท่าจับคู่ตามปกตินั้น  แม้การวางน้ำหนักจะเช่นเดียวกันกับบอลล์รูมจังหวะอื่นๆ   คือน้ำหนักอยู่ที่ส่วนกลางของเท้าข้างที่ใช้ทรงตัว แต่การเคลื่อนลำตัวจะต่างกัน เช่นถ้าเราจะก้าวไปข้างหน้าในแบบของจังหวะ Waltz หรือ Foxtrot   การเคลื่อนไหวจะมีขั้นตอนดังนี้  สมมติว่า ยืนอยู่ด้วยเท้าขวาก็จะเป็น
     1. เคลื่อนลำตัวไปข้างหน้าก่อนในลักษณะสวิงโยนตัว (Body Swing)
     2. ขาซ้ายเคลื่อนและก้าวออกไปสุดก้าว
     3. เมื่อวางส้นเท้าซ้ายลง และน้ำหนักเคลื่อนไปอยู่กึ่งกลางระหว่างเท้าทั้งสองแล้ว   ลำตัวจะยังเคลื่อนต่อไปอีกโดยไม่หยุดแค่นั้น ( คือมี Body Flight )
     4. แล้วขาขวาก็จะเคลื่อนก้าวตามมาและผ่านขาซ้ายไป   จนน้ำหนักไปอยู่กึ่งกลางระหว่างเท้าทั้งสองข้างอีกครั้งหนึ่ง   โดยลำตัวทำหน้าที่เคลื่อนพาเท้าไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการ  และจากนี้ กล้ามเนื้อสะโพกจะทำหน้าที่เคลื่อนศูนย์กลางของการทรงตัว เคลื่อนไปข้างหน้ายังเท้าที่ยืนทรงตัวอยู่ (คือเท้าขวา)   แล้วก็เคลื่อนเท้าซ้ายผ่านเท้าขวาต่อไปอีกเป็นก้าวต่อไป

         แต่ให้สังเกตุว่าลักษณะดังกล่าวนี้ จะแตกต่างออกไปจากการก้าวเดินแบบแทงโก้ การเดินในแบบแทงโก้ (Tango Walk) จะเริ่มด้วย
     1 เคลื่อนลำตัวไปข้างหน้าพร้อมกับขาข้างซ้ายจะเคลื่อนก้าวออกไปพร้อมกัน   และขณะเมื่อวางส้นเท้าซ้ายลงนั้น  น้ำหนักจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเท้าทั้งสอง ( ขอให้ลองทำดู )   แต่จะต้องไม่มีการดันลำตัวให้เคลื่อนล้ำหน้าไปกว่านั้น  คือ ไม่มี Body Flight นั่นเอง   เพราะ Body Flight จะเกิดจากการผลักดัน ส่งตัวให้เคลื่อนไปอีก (Drive Action )   แต่ในแทงโก้ลำตัวจะหยุดอยู่แค่นั้น
     2 เมื่อวางเท้าซ้ายราบลงไปเต็มเท้าแล้ว กล้ามเนื้อต้นขาซ้ายก็จะทำหน้าที่ดึงน้ำหนักจากศูนย์กลาง ให้มาอยู่ตรงส่วนกลางของเท้าซ้าย  แต่จะต้องไม่เลยไปกว่านั้น
     3 เมื่อน้ำหนักมาอยู่ที่ส่วนกลางของเท้าซ้ายแล้ว  ลำตัวก็จะเคลื่อนต่อไปพร้อมกับเท้าขวาที่ก้าว และเหยียดออกไปข้างหน้า เพื่อจะวางลงในตำแหน่งที่ต้องการ

         จากนั้น  วงจรก็ดำเนินซ้ำต่อไปอีก คือ  เมื่อวางเท้าขวาลง  น้ำหนักก็จะอยู่กึ่งกลางระหว่างเท้าทั้งสองอีกครั้ง   แล้วกล้ามเนื้อต้นขาขวาก็จะทำหน้าที่ดึงน้ำหนัก จากแนวศูนย์กลางมายังเท้าขวาอีกครั้ง และต่อไปก็ทำซ้ำไปในลักษณะนี้อีกที  จึงเรียกว่า “Tango Walk”   เพราะไม่เหมือนการ Walk ในจังหวะอื่นๆ   ซึ่งมันเป็นผลมาจากการจับคู่นั้นเอง

         การเดินของฝ่ายหญิง ขณะเมื่อยืนทรงตัวด้วยเท้าซ้ายนั้น (ความจริงจะทรงตัวอยู่โดยใช้เข่าซ้ายช่วยด้วย)  กล้ามเนื้อต้นขาซ้ายจะทำหน้าที่เคลื่อนส่งน้ำหนักตัวไปข้างหลัง    พร้อมกับเท้าขวาที่เคลื่อนก้าวออกไป   และเมื่อก้าวเท้าออกไปเต็มที่แล้ว ให้ปลายเท้าสัมผัสพื้นก่อนแล้วจึงวางราบลงเต็มเท้า ให้การเคลื่อนที่ของลำตัวมาหยุดอยู่กึ่งกลางเท้าขวา  ต้องระวังว่าการก้าวถอยหลังนั้น   ความเร็วของการเคลื่อนส่วนกลางของลำตัว   จะต้องเท่ากับของลำตัวส่วนบนด้วย   เพราะการถอยหลังก็จะต้องรักษาการทรงตัวในแนวดิ่งไว้ด้วย   ต้องให้ลำตัวช่วงล่างและช่วงบนเคลื่อนไปพร้อมกัน (อย่าให้เป็นลักษณะของการเอนตัวไปข้างหลังอย่างเด็ดขาด)

         ดังนั้น  จึงเห็นได้ว่า  จากก้าวของ Tango Walk เป็นลักษณะของการยกเท้าขึ้นจากพื้นเล็กน้อย  แล้ววางลงในตำแหน่งที่ต้องการ  ทำให้ไม่มีการสวิงโยนตัว (Body Swing) ไม่มีการสเวย์ตัว เพื่อช่วยการทรงตัวขณะเลี้ยว (Body Sway) และก็ไม่มีการย่อตัวลงและยืดตัวขึ้นขณะก้าว   ที่เรียกว่า Rise and Fall เหมือนจังหวะอื่น

         การลากเท้าหลังเข้ามา เพื่อจะก้าวต่อไปข้างหน้าควรให้ “บอลล์” (Ball คือ ตรงบริเวณใกล้โคนนิ้วหัวแม่เท้า) สัมผัสแผ่วๆ มากับพื้นเล็กน้อย     จนเมื่อเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึงเท้าข้างที่ยืนทรงตัวอยู่นั้น   จึงค่อยยกขึ้นเล็กน้อยจากพื้น   แล้ววางลงในตำแหน่งที่ต้องการ

         ลักษณะของแทงโก้วอล์ค จะเป็นแนวโค้งไปทางซ้ายเล็กน้อย เพราะขณะก้าวเท้าซ้ายออกไปนั้น จะข้ามผ่านแนวของเท้าขวาไปเล็กน้อยในลักษณะ ซี.บี.เอ็ม. คือขณะก้าวเท้าซ้ายออกไปนั้น   ปลายเท้าซ้ายและลำตัวตั้งแต่สะโพกขวาและไหล่ขวา จะหันไปทางซ้ายเล็กน้อย   ซึ่งทำให้การวางเท้าเป็นไปโดยใช้ขอบเท้าด้านนอกของเท้าซ้าย (คือขอบเท้าด้านนอก   ตั้งแต่ข้างส้นเท้าไปถึงนิ้วก้อย) วางลงกับพื้นก่อน แล้วจึงวางราบลงเต็มเท้า (ให้สังเกตุว่า ลักษณะของ ซี.บี.เอ็ม. นั้น เมื่อก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า  ขาทั้งสองข้างจะไขว้กันเล็กน้อย เท้าจะล็อคกันตั้งแต่บริเวณหัวเข่าขึ้นมา) ส่วนเท้าขวา  เมื่อก้าวไปข้างหน้าก็จะวางขอบเท้าด้านในลงสัมผัสพื้นก่อนแล้วจึงลดลงเต็มเท้า  และขาทั้งสองก็จะคลายจากกัน  เป็นการก้าวเดินในลักษณะที่เรียกว่า “ไหล่ขวานำ”  ซึ่งก็มีผลทำให้มีแนวเดินโค้งทางซ้ายเล็กน้อย  ส่วนการเดินถอยหลังก็จะตรงกันข้าม  ถ้าถอยเท้าขวา ขอบเท้าบริเวณนิ้วก้อยจะถึงพื้นก่อน  การถอยหลังนี้  มักจะเป็นส่วนของฝ่ายหญิงเสียเป็นส่วนมาก  แต่ฝ่ายชายก็ควรต้องศึกษาด้วย

         การใช้เข่า   นอกจากลักษณะของการวางเท้าแล้ว  คาแร็คเตอร์ที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือ  “การใช้เข่า”    เข่าจะอยู่ในลักษณะหย่อนและงอเล็กน้อยพอสบายโดยไม่เกร็ง และให้ดูพองามอยู่ตลอดเวลา  เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวะอื่นแล้ว เมื่อก้าวขาออกไปเต็มเหยียดนั้น เข่าจะเหยียดตรง   แต่ในแทงโก้ขณะที่ก้าวออกไปเต็มเหยียด  เข่าจะคงอยู่ในลักษณะที่ยังงออยู่เล็กน้อย (แต่กล้ามเนื้อของขายังคงกระชับและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การก้าวนั้นมีความยืดหยุ่น และนุ่มนวลขณะวางเท้าและถ่ายน้ำหนักลง)

         ส่วนขาหลังที่ก้าวตามมา ก็จะงอเล็กน้อยในขณะที่ผ่านขาหน้า แต่ต้องระวังอย่าให้ขาที่ทรงตัวอยู่นั้น งอลงไปกว่าเดิมอีก เพราะจะทำให้มีลักษณะของการยืดและย่อตัว (Rise & Fall)   ทำให้เกิดภาพที่ไม่น่าดู   การหย่อนเข่านี้  อย่าเอาไปปนกับการย่อตัว

         ความคมและเน้นจังหวะของ “แทงโก้ วอล์ค”  ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยหน่วงจังหวะของการเคลื่อนไหวของการก้าวเท้า  เช่นเมื่อก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าเรียบร้อยแล้วนั้น  เราก็จะหน่วงจังหวะชะลอเท้าซ้ายไว้เล็กน้อยก่อน  ดังนั้น เมื่อเราจะก้าวเท้าซ้ายตาม ออกไปจริงๆ นั้น   ก็ต้องเร่งรีบตามไปด้วย  เพื่อที่จะวางเท้าซ้ายลงในตำแหน่งที่ต้องการให้ทันดนตรีในบีทต่อไป แต่ต้องระวังอย่าหน่วงไว้นานนัก เพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวของลำตัวชะงักขาดตอนไป

         จากข้อแนะนำเกี่ยวกับแทงโก้ วอล์ค ดังกล่าวแล้ว  ให้นำมาใช้กับการถอยหลังด้วย เราต้องยอมรับว่า การถอยหลังนั้นมันยากกว่าการก้าวไปข้างหน้า   ทั้งในเรื่องของการวางเท้าและความคมชัด   ทั้งนี้เพราะว่า  ในการถอยหลังนั้นปลายเท้าจะถึงพื้นก่อน  ซึ่งยากกว่าการก้าวไปข้างหน้าด้วยส้นเท้า   โดยให้มีคาแร็คเตอร์ของแทงโก้ที่ถูกต้อง   อย่าได้พยายามยกเท้าขึ้นสูงขณะก้าวถอยหลังออกไปเต็มเหยียด แล้วกระแทกปลายเท้าลงกับพื้น โดยคิดว่าจะเป็นการเพิ่มเน้นความคมของจังหวะแทงโก้ ควรให้ทุกก้าวมีความพอดีๆ ไม่สั้นและไม่ยาวนัก   การเคลื่อนไหวในแต่ละก้าวควรออกมาจากสะโพก    อย่าให้เป็นการก้าวออกมาจากเข่า  และก็อย่าให้ลักษณะของการสวิงโยนตัวเหมือนที่ใช้ในจังหวะอื่น

         ที่ควรระวังอีกอย่างก็คือเรื่องของการหันตัว จริงอยู่แม้จะมีการใช้ ซี.บี.เอ็ม. ในหลายรูปสเต็ปที่มีการหันตัวในแทงโก้ก็ตาม แต่จะไม่มีลักษณะของการจับคู่โดยการใช้ไหล่ขวานำ (ไหล่ขวาอยู่ล้ำไปข้างหน้าเล็กน้อยนั้น) ช่วยให้การหันตัวมาทางซ้ายง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นการหันไปทางขวาแล้ว ส่วนมากจะเป็นท่าพร็อมเมหนาด ดังนั้น การเหวี่ยงหรือสวิงตัวจึงไม่จำเป็น และก็จึงไม่มีการยืดและย่อตัวด้วย ทุกครั้งที่มีการหันตัว ก็ต้องระวังให้ไหล่ทั้งสองอยู่ในระดับเดิมตามปกติ

         การชิดเท้าในแทงโก้ ในจังหวะแทงโก้ จะมีการชิดเท้าบ่อยครั้ง และการชิดเท้าที่ทำได้ถูกต้อง จะช่วยให้มีเอกลักษณ์ของแทงโก้ที่สวยงาม ไม่ซ้ำแบบกับจังหวะอื่น การชิดเท้านั้นมักจะมีก็ต่อเมื่อ หลังจากการก้าวเท้าข้างหนึ่งข้างใดออกไปข้างๆ แล้วจึงจะมีการเอาเท้าอีกข้างหนึ่งเข้าไปชิด ถ้าเราต้องการที่จะเต้นแทงโก้ให้ได้สวยงามดี ก็ควรจะต้องเอาใจใส่ในเรื่องการชิดเท้าให้มากสักหน่อย

     ตัวอย่างการชิดเท้า
      1. เมื่อก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างๆ ก็ให้วางเท้าลงโดยใช้ขอบเท้าด้านใน (Inside Edge of Foot) คือเป็นการวางแบบตะแคงเท้าด้านในลงไปกับพื้นก่อนนั้นเอง ให้เข่าซ้ายเบนเข้าหาตัวเล็กน้อย เมื่อก้าวไปเต็มที่แล้ว จึงถ่ายน้ำหนักตัวลงบนเท้าซ้าย และวางเท้าซ้ายราบลงกับพื้น
      2. หน่วงการก้าวหรือการเคลื่อนเท้าขวาไว้ โดยให้รู้สึกว่ายังคงมีแรงกดเหลืออยู่ที่ขอบเท้า ด้านในของเท้าขวาแถบบริเวณบอล์ล (Ball คือบริเวณที่ใกล้หัวแม่เท้า) ให้มีเพียงแต่ส้นเท้าเท่านั้น ที่เผยอพ้นพื้นขึ้นมาเล็กน้อย และเข่าขวาก็อยู่ในลักษณะที่เริ่มเคลื่อนเข้ามาหาเข่าซ้าย
      3. ยกเท้าขวาให้พ้นพื้นขึ้นมาเล็กน้อย นำมาวางให้ชิดเท้าซ้ายอย่างประณีตช้าๆ ไม่ต้องให้คมหรือทะมัดทะแมงจนเกินไป เพราะจะทำให้ไม่สวย
      4. จะสังเกตเห็นอยู่เสมอว่านักลีลาศชั้นนำนั้น เขาไม่เอาเท้ามาชิดกันจนเกินไป เพราะมันจะทำให้การทรงตัวไม่ดีและก็ไม่สวยงามด้วย ฉะนั้น เวลาชิดเท้าก็ควรให้ปลายเท้าขวา อยู่ในระดับเดียวกันกับหลังเท้าซ้าย ให้ห่างกันประมาณหนึ่งนิ้ว แต่ให้เข่าทั้งสองข้างชิดติดกัน โดยให้เข่าขวาอยู่เยื้องมาข้างหลังของเข่าซ้ายเล็กน้อย และให้เท้าขวาเบนเข้าหาตัวเล็กน้อยด้วย

         ข้อควรจำ ให้พยายามหลีกเลี่ยงการชิดเท้าแบบตามธรรมดา การชิดเท้าในแทงโก้นั้น จะต้องให้เท้าขวาเยื้องอยู่ข้างหลังเท้าซ้ายเล็กน้อย อย่าวางเท้าให้อยู่ในระดับเดียวกัน การวางเท้าที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้เราอยู่ในท่ายืนที่ถูกต้องด้วย

         ส่วนฝ่ายหญิงนั้น เมื่อจะเอาเท้าซ้ายไปชิดเท้าขวา การเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ทำนองเดียวกัน คือเมื่อก้าวเท้าขวาออกไปนั้น เท้าขวาจะวางลงโดยใช้ขอบเท้าด้านในของบอล์ล (Inside Edge of Ball) ให้สัมผัสกับพื้นก่อน แล้วจึงลดลงเต็มเท้า ต่อจากนั้น จึงจะเอาเท้าซ้ายเข้ามาชิดหรือเกือบจะชิด โดยให้ส้นเท้าซ้ายอยู่ในระดับเดียวกันกับหลังเท้าขวา



ที่มา:  Letter Service จากสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทย ถึงสมาชิก